Font Resizer

A Decrease font size. A Reset font size. A Increase font size.

17 views

รัฐบาล ยืนยัน แก้ไขปัญหา IUU ถูกทางแล้ว แนะ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้อง


พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเสวนารับฟังปัญหาชาวประมงที่ตลาดมหาชัยมั่นคง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมีการกล่าวโจมตีว่า นโยบายการแก้ไขปัญหา IUU หรือ การทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมของรัฐบาล ทำให้ชาวประมงเดือดร้อนและสูญเสียรายได้ 

“ขอตั้งข้อสังเกตว่า จากภาพและคลิปที่เจ้าหน้าที่รวบรวมมาพบว่ากลุ่มคนที่มาให้ข้อมูลกับนายธนาธรนั้นส่วนใหญ่เข้าข่ายทำผิดกฎหมาย บางคนถูกศาลสั่งลงโทษปรับกว่า 500 ล้านบาท หลายคนถูกสั่งยึดเรือเพราะไปทำความผิดในน่านน้ำสากล ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาการค้ามนุษย์ ฟอกปลา ขโมยปลา ดังนั้นจึงเป็นการรับฟังข้อมูลด้านเดียว และดูเหมือนจะจงใจลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ตามที่นายธนาธรเคยพูดไว้ว่าจะทำงานนอกสภา แต่กลับฟังข้อมูลไม่ครบถ้วน”

รองโฆษกฯ กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและยืนยันว่า หากรัฐบาลไม่แก้ไขปัญหา IUU อย่างจริงจัง ประเทศไทยจะเจอวิกฤตด้านการประมงอย่างใหญ่หลวง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงใครจะรับผิดชอบ ในทางตรงกันข้าม ปี 2561 ไทยจับปลาได้เพิ่มขึ้นถึง 2 แสนตัน ในจำนวนนี้ปลาที่ชาวประมงพื้นบ้านรายย่อยจับได้มีถึง 15,000 ตัน 

ส่วนเรือประมงพาณิชย์ ได้เพิ่มวันจับปลาให้กว่า 100 วัน สะท้อนว่าจำนวนสัตว์น้ำของไทยเริ่มกลับมาอุดมสมบูรณ์ ไม่มีปัญหาเรื่องเรือเถื่อน ชาวประมงมีโอกาสทางอาชีพเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ความร่วมมือของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะพี่น้องขาวประมงที่ทำถูกกฎหมาย ทำให้อันดับการค้ามนุษย์ของไทยเลื่อนจากเทียร์ 3 มาเป็นเทียร์ 2 แล้ว ดังนั้น การออกมาคัดค้านต่อต้านของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาหรืออยากให้แก้ไขกฎหมายเพื่อกลับไปทำผิดเหมือนเดิมนั้น เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เกิดปัญหาการค้ามนุษย์ขึ้นอีกหรือไม่ จึงอยากให้สังคมตรึกตรองในเรื่องนี้

 ด้านนายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
พร้อมทั้งขอให้พรรคอนาคตใหม่ได้ศึกษาเรื่องนี้ให้ถูกต้อง นอกจากการที่วันนี้ไทยเป็นผู้นำระดับนานาชาติเรื่องการต่อต้านประมงผิดกฎหมายแล้ว ไทยยังเป็นตัวอย่างที่ดีของเพื่อนบ้านอาเซียนในการยกระดับมาตรฐานการประมงให้สอดคล้องกับอนุสัญญาองค์การสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล
เป็นกรอบกติกาสากล และยังเป็นเรื่องที่พี่น้องชาวประมงรายย่อยชาวประมงขนาดเล็กทุกคนสัมผัสได้ด้วยตัวเองในการแก้ปัญหาที่รัฐบาลดำเนินการด้วยดีมาตลอด 

ณ วันนี้ไทยได้ยกระดับ ของการทำประมงเชิงพาณิชย์ทั้งในและนอกน่านน้ำเข้า สู่มาตรฐานสากลและพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการส่งเสริมการประมงอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค

รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นทางการเมืองอย่างแน่วแน่ชัดเจนที่จะขจัดปัญหาการประมงผิดกฎหมายIUUเพราะตระหนักดีถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่ออนุชนรุ่นหลังมิใช่เฉพาะแต่ของไทยแต่ของโลกโดยรวมการแก้ไขปัญหาประมง IUU จึงได้ถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ

6 ด้าน ความสำเร็จการแก้ไขปัญหา การประมง IUU ของไทย 

  • ด้านกรอบกฎหมาย

ไทยได้ออกกฏหมายควบคุมทั้งการทำประมงและกองเรือประมงรวมถึงการออกกฎระเบียบต่างๆเป็นจำนวนมากเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษที่รุนแรงเพื่อยับยั้งการทำผิดกฏหมายและไม่มีช่องโหว่ทางกฎหมายที่จะทำให้เรือผิดกฏหมายกลับเข้ามาในระบบได้อีกจนกล่าวได้ว่ากฎหมายด้านประมงและการควบคุมบริหารกองเรือของไทย มีความทันสมัยและเข้มแข็งมากที่สุดฉบับหนึ่งของโลก

  • ด้านการบริหารจัดการประมง

 รัฐบาลไทยสามารถควบคุมปัญหาการทำการประมงเกินขนาดผ่านมาตรการควบคุมเครื่องมือประมงการควบคุมวันทำประมงและการออกใบอนุญาตทำประมงที่สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำที่ไม่เกินระดับความยังยืนจนสามารถนำความอุดมสมบูรณ์กลับคืนท้องทะเลไทยได้อีกครั้งซึ่งเป็นคำยืนยันจากชาวประมงของไทยเอง

  • ด้านการบริหารจัดการกองเรือ

ไทยสามารถลดขนาดกองเรือประมงลงได้กว่าครึ่งโดยขณะนี้ไทยมีจำนวนเรือพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตทำการประมงในประเทศ 10,565 ลำ มีกระบวนการควบคุมและเฝ้าระวังให้จำนวนเรือประมงอยู่ในจำนวนที่เหมาะสมด้วยการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมประมง กรมเจ้าท่าและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจในการบริหารกองเรือจะมีประสิทธิภาพ

  • ด้านการติดตามควบคุมและเฝ้าระวัง 

 รัฐบาลไทยได้จัดสรรงบประมาณกว่า 2.5 ล้านยูโร (95 ล้านบาท) และบุคลากรกว่า 4,000 คน เพื่อวางระบบปฎิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) และได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค มีการนำเทคโนโลยีเช่นระบบติดตามเรือมาใช้รวมถึงวางระบบเชื่อมโยงกับส่วนที่เกี่ยวข้องเช่น ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออก 

สำหรับเรือต่างชาตินั้นไทยได้ดำเนินมาตรการควบคุมความตกลง ว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า อย่างเคร่งครัดจนสามารถยึดเรือผิดกฎหมายและสัตว์น้ำผิดกฎหมายและผลักดันสัตว์น้ำ IUU ไม่ให้เข้าประเทศได้ในปริมาณมากทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นประเทศแนวหน้าของการปฎิบัติตามความตกลงนี้ที่ประเทศต่างๆสามารถนำมาอ้างอิงเป็นแบบอย่างได้

  • ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ

ไทยได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับจนสามารถป้องกันสัตว์น้ำและสินค้าประมงผิดกฎหมายเข้ามาในสายการผลิตของไทยผ่านการตรวจสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการพัฒนาจนสมบูรณ์และได้รับการยอมรับว่าเป็นระบบที่สามารถแสดงการทำงานได้ดีมากไทยพัฒนา เรื่องนี้ไปอย่างต่อเนื่องเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็น IUU-free สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าสัตว์น้ำที่นำเข้าและส่งออกจากไทยไม่ได้มาจากการทำประมง ผิดกฎหมาย

  • ด้านการบังคับใช้กฎหมาย

ไทยดำเนินคดีเรือทำประมงผิดกฎหมายโดยมีการสั่งปรับเป็นจำนวนรวมประมาณ 12 ล้านยูโร (458 ล้านบาท) ทำให้การประมงใช้กฎหมายเกิดผลในเชิงป้องปราม ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังได้พัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สามารถดำเนินคดีอาญาและมาตรการทางปกครองได้ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดความก้าวหน้า

ทั้งหมดนี้สหภาพยุโรป ยืนยันว่า ปัจจุบันไทยมีความควบคุมการประมงIUU ที่เข้มแข็งที่สุดในภูมิภาคและสามารถเป็นแบบอย่างของการแก้ไขปัญหาในระดับภูมิภาคได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *