Font Resizer

A Decrease font size. A Reset font size. A Increase font size.

180 views

รัฐยืนยัน!มีการคุมเข้มสารเคมีตกค้างในผักผลไม้ แนะผู้บริโภคควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้


นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์จริต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกรณี เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ Thai-PAN เผยผลการตรวจสอบผักและผลไม้ประจำปี 2563 พบว่า มีผักและผลไม้มากถึง 58.7 % ที่พบสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานนั้น 

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่า  กระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการกำกับดูแลความปลอดภัยผักและผลไม้ด้วยการตรวจสอบและเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในผักผลไม้นำเข้าที่ด่านอาหารและยา 52 แห่งทั่วประเทศ และผักผลไม้ที่จำหน่ายในตลาดทั่วประเทศ ซึ่งจากผลการตรวจวิเคราะห์ผักและผลไม้ในปี 2563 พบว่า ณ สถานที่ผลิต(คัดและบรรจุ) และสถานที่จำหน่าย ได้แก่ ห้างค้าปลีก ค้าส่ง ตลาดนัด ตลาดสดทั่วประเทศ ตรวจวิเคราะห์ผักผลไม้ทั้งหมด 416 ตัวอย่าง ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 354 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 85.1 เช่น กะหล่ำปลี กระเทียมแครอท แตงกวา ผักกาดขาว กล้วย สับปะรด แอปเปิ้ล องุ่นเขียว เมลอน เป็นต้น

ด้านอาหารและยาตรวจ 890 ตัวอย่าง ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 698 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 78.43 เช่น กระเทียมมันเทศ หอมหัวใหญ่ เห็ด เป็นต้น

การดำเนินคดีทางกฎหมายหากตรวจพบสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐาน มีโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท กรณีสถานที่ผลิต (คัดและบรรจุ) หากผักผลไม้ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ด้านมาตรการด่านอาหารและยา กรณีเคยมีประวัติตรวจพบสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานจะอายัดสินค้าที่ด่านนำเข้า และส่งตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ หากไม่ผ่านมาตรฐานจะทำลายหรือส่งกลับประเทศต้นทาง

มีการงดใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร  3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพรีฟอส และไกลโฟเซต เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวเกษตรกรเอง ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม เน้นส่งเสริมวิถีเกษตรอินทรีย์ และส่งเสริมผู้บริโภคเลือกซื้อผักผลไม้สดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือมีตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตลอดจนแนะนำการล้างผักผลไม้สดที่ถูกวิธีแก่ประชาชนเพื่อช่วยลดสารพิษตกค้าง

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงว่าในทุกปีกลุ่มเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) จะดำเนินการสุ่มตรวจสารตกค้างในผักและผลไม้ ทั้งที่ไม่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานและได้รับการรับรองตามมาตรฐานต่าง ๆ เช่น Organic Thailand, Q GAP, Thai GAP, PGS  และเกษตรอินทรีย์ โดยสุ่มเก็บตัวอย่างจาก Modern Trade ตลาดค้าส่ง-ปลีก พร้อมแจ้งข่าวเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับการตรวจพบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน  ส่วนใหญ่จะสุ่มเก็บตัวอย่างในช่วงเทศกาลต่าง ๆเช่น ปีใหม่ ตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้บริโภคมีการซื้อผักและผลไม้ปริมาณมากกว่าช่วงเวลาอื่น 

ส่วนการตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผักและผลไม้ของกรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค โดยสุ่มตัวอย่างสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ เช่น ในห้างค้าปลีกและตลาดค้าส่ง เน้นชนิดผักและผลไม้ที่มีการแจ้งว่าตรวจพบสารตกค้างบ่อยครั้ง เช่น พริก ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ คะน้า ผักกาดขาว ส้ม และฝรั่ง เป็นต้น

ในปี 2563 กรมวิชาการเกษตรได้สุ่มเก็บตัวอย่างพืชเพื่อวิเคราะห์สารตกค้างจากแปลงที่ได้รับการรับรอง GAP จำนวน 665 ตัวอย่าง และห้างสรรพสินค้าจำนวน 650 ตัวอย่าง รวมจำนวนทั้งสิ้น จำนวน 1,315 ตัวอย่าง พบมีความปลอดภัยจำนวน 1,162  ตัวอย่าง หรือคิดเป็น 88 เปอร์เซ็นต์  โดยพืชที่พบมีความปลอดภัยมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ เห็ด ข้าวโพดฝักอ่อน ต้นอ่อนพืช เช่น ต้นอ่อนทานตะวัน หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดฝักสด ผักกูด ฝรั่ง ซูกินี บล็อกโคลี่ และพลู

ทางกรมวิชาการเกษตร มีแนวทางในการดำเนินงานตามนโยบายอาหารปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชทั้งในระบบ GAP และเกษตรอินทรีย์ โดยได้มีการตรวจติดตามแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองพร้อมกับสุ่มตัวอย่างผลิตผลที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานจากแหล่งผลิตและสถานที่จำหน่ายมาตรวจสอบโดยตลอด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเกษตรกรยังปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดในระบบ มีการทดลอง ทดสอบ สารชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืช ที่มีความปลอดภัย เพื่อช่วยลดหรือทดแทนการใช้สารเคมี พร้อมกับพัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารตกค้างให้สามารถตรวจสอบชนิดสารได้มากขึ้น 

สินค้านำเข้าตามที่ Thai-PAN ตรวจพบสารตกค้าง โดยเฉพาะในองุ่นแดงนอกและพุทราจีน เป็นสินค้านำเข้ากำกับดูแลโดยด่านอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ในส่วนของด่านตรวจพืช กรมวิชาการเกษตร มีหน้าที่ดำเนินการตรวจตรวจศัตรูพืชกักกันเท่านั้น  ทางกรมวิชาการเกษตรจะได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในการกำกับดูแลสินค้านำเข้าต่อไป 

ส่วนสินค้าที่ได้รับรองมาตรฐานต่าง ๆ ได้แก่ มาตรฐาน Organic Thailand, Q GAP, Thai GAP, PGS, มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ต่างประเทศ ที่วางจำหน่ายในห้าง Modern Trade กรมวิชาการเกษตรจะมีการตรวจสอบรหัสรับรองโดยละเอียดเพิ่มเติม หากเป็นรหัสรับรองที่ถูกต้องและพบว่าสินค้ามีสารตกค้างเกิน MRL กำหนด จะแจ้งไปยังหน่วยงานรับรองในพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินการแจ้งเตือนเกษตรกรเพื่อแก้ไขปรับปรุง และจะได้ประสาน Thai-PAN  เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับตรารับรองมาตรฐานอื่นเพื่อตรวจสอบแหล่งผลิตต่อไป

ทั้งนี้ กรณีเข้าตรวจติดตามเพื่อสุ่มตัวอย่างสินค้าผักผลไม้ในแปลงเกษตรกร หากตรวจพบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน (MRL) กรมวิชาการเกษตรจะแจ้งข้อมูลการตรวจพบให้เกษตรกรทราบ และแจ้งเตือนเกษตรกรให้ปรับปรุงระบบการผลิตพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา หากแนวทางแก้ไขปรับปรุงไม่ได้ผล ไม่มีประสิทธิภาพและตรวจพบปัญหาซ้ำ กรมวิชาการเกษตรจะพิจารณาพักใช้ใบรับรองแหล่งผลิตพืชเช่นเดียวกับการสุ่มเก็บตัวอย่างจากห้างค้าปลีกและร้านค้าที่วางจำหน่ายสินค้า Q GAP หากตรวจพบสารเคมีเกินค่ามาตรฐาน MRL กรมวิชาการเกษตร จะแจ้งข้อมูลการตรวจพบให้ห้างสรรพสินค้า/ร้านค้าที่วางจำหน่ายทราบโดยหากทวนสอบพบว่าเกษตรกรไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจะมีหนังสือแจ้งเตือนให้ทำการแก้ไขภายในกำหนดหากไม่แก้ไขจะสั่งพักใช้ใบรับรองแหล่งผลิตพืช 

สำหรับสินค้าที่ไม่ได้รับรองมาตรฐาน (ตลาดค้าส่ง-ปลีก) กรมวิชาการเกษตรจะวางมาตรการการควบคุมการใช้วัตถุอันตรายตามคำแนะนำ  ร่วมกับการอบรมสร้างการรับรู้  และวิธีปฏิบัติในการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย


แทก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *