Font Resizer

A Decrease font size. A Reset font size. A Increase font size.

381 views

กรมบัญชีกลาง ระบุ การเรียกเก็บเบี้ยยังชีพคืนเป็นไปตามระเบียบ มท. ชี้ หากจำเป็นแก้ไขได้ตามขั้นตอน


จากกรณี ส.ส.เพื่อไทย แถลงข่าวว่า การเรียกเก็บค่าเบี้ยยังชีพคนชราและเงินบำนาญคืนพร้อมดอกเบี้ย เป็นการซ้ำเติมประชาชน โดยนำไปเทียบเคียงกับ การจ่ายเงินเดือนและเงินบำนาญของ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีความซ้ำซ้อนกันในส่วนของเงินค่าตำแหน่งและเงินบำนาญ นับเป็นจำนวน 45 เดือนรวมกว่า 10.88 ล้านบาท โดยมองว่าเป็นการรับเงิน 3 ทาง พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีการเรียกเงินคืนแบบเดียวกับผู้สูงอายุ เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้ประเทศ

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้อธิบายถึงหลักการของการจ่ายเงินภาครัฐว่า ย่อมเป็นไปตามกฎหมาย หรือระเบียบที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการกำหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบไว้ เช่น กรณีเงินเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้แก่ บํานาญ เบี้ยหวัด บํานาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน หากหน่วยงานผู้รับผิดชอบ คือ กระทรวงมหาดไทย เห็นว่ามีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงระเบียบ ย่อมสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับกรณีของการจ่ายเงินเดือนและบำนาญของนายกรัฐมนตรี สามารถพิจารณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ ดังนี้

ในช่วงแรก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเงินเดือนในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 และได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มเป็นรายเดือนในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญบางตำแหน่ง พ.ศ. 2557 แต่ไม่ได้รับเงินเดือนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากพระราชกฤษฏีกาฉบับดังกล่าวระบุไว้ว่า เป็นข้าราชการมีเงินเดือนอยู่แล้ว หากไปดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองจะไม่ได้รับเงินเดือนในตำแหน่งข้าราชการการเมืองอีก

ในระยะต่อมา หลังจากที่พลเอกประยุทธ์ฯ เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มเป็นรายเดือนในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญบางตำแหน่ง พ.ศ. 2557 และได้รับเงินเดือนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2538 และพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2554 รวมทั้งได้รับบำนาญจากการเกษียณอายุราชการ ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494

ในปัจจุบัน พลเอกประยุทธ์ฯ ได้รับเงินเดือนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2538 และพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2554 รวมทั้งได้รับบำนาญจากการเกษียณอายุราชการ ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494

ทั้งนี้ ทั้ง 2 กรณีมีกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และการเบิกจ่ายทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ทุกประการ0


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *