นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์หอมแดงจังหวัดศรีสะเกษ ว่า “กรมการค้าภายในมาลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์พร้อมเชื่อมโยงตลาดเพื่อรองรับผลผลิตหอมแดง โดยเดือนมกราคมถือเป็นช่วงที่ผลผลิตหอมแดงออกสู่ตลาดมาก โดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่คิดเป็นกว่า 70% ของประเทศ กรมการค้าภายในจึงเร่งขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลผลิตเชิงรุก ในการเชื่อมโยงกระจายผลผลิตหอมแดง เป้าหมาย 7,000 ตัน ผ่าน 3 มาตรการหลัก ได้แก่
1) การเร่งผลักดันการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะตลาดมาเลเซีย เป้าหมาย 5,000 ตัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โดยกำหนดมาตรการรับซื้อเป็น 3 ช่วง ได้แก่ วันที่ 7–11 มกราคม 2569 รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 11 บาท วันที่ 12–16 มกราคม 2569 รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 12 บาท และวันที่ 17–21 มกราคม 2569 รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 13 บาท เพื่อจูงใจให้เกษตรกรชะลอการเก็บเกี่ยว และเน้นการตัดหอมแดงคุณภาพหัวใหญ่ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด
2) การรับซื้อและกระจายไปยังตลาดภายในประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงของผู้ประกอบการสู่ห้างค้าส่ง ค้าปลีก ทั่วประเทศในราคานำตลาดที่กิโลกรัมละ 11 บาท เป้าหมาย 500 ตัน
3) การใช้ “ตลาดข้อตกลง” ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการเชื่อมโยงซื้อขายล่วงหน้าระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ เพื่อลดแรงกดดันด้านราคาและดูดซับผลผลิตออกจากพื้นที่ตั้งแต่ต้นทาง เป้าหมายไม่น้อยกว่า 1,500 ตัน
โดยกรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ จัดเชื่อมโยงซื้อขายหอมแดงผ่านตลาดข้อตกลง โดยนำผู้ประกอบการ 9 ราย ได้แก่ Makro, Lotus’s, Tops, GO Wholesale, Big C, The Mall, บริษัท ตะวันพืชผล จำกัด, บริษัท ยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด และบริษัท ฉั่วฮะเส็ง ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 12 กลุ่ม จาก 4 อำเภอ ได้แก่ วังหิน ยางชุมน้อย กันทรารมย์ และราษีไศล มีปริมาณซื้อขายตามสัญญาในวันนี้รวมกว่า 1,500 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจด้านตลาดและรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม”
ภายหลังจากกิจกรรมเชื่อมโยงดังกล่าว รองอธิบดีกรมการค้าภายในและคณะ ได้เดินทางไปติดตามการรับซื้อในพื้นที่ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มช่องทางตลาดหอมแดง ที่บริษัท สยาม แอลเค อินเตอร์เนชั่นแนล อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ โดยได้เริ่มรับซื้อหอมแดงคุณภาพหัวใหญ่แล้ววันนี้ในราคากิโลกรัมละ 11 บาท รวมทั้งได้ติดตามการกระจายผลผลิตเพื่อส่งออกและตลาดภายในประเทศ โดยผู้ประกอบการมีความพร้อมที่จะเร่งช่วยกระจายไปยังตลาดต่างๆ เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตในช่วงกระจุกตัว ทำให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น
“กรมการค้าภายในได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกทั้งระบบ ตั้งแต่การเชื่อมโยงตลาดข้อตกลง การเข้าไปรับซื้อเพื่อส่งออกไปยังตลาดเพื่อนบ้าน และการกระจายสินค้าไปยังตลาดทั่วประเทศ เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ราคาหอมแดงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้เกษตรกรให้ความสำคัญกับการผลิตหอมแดงคุณภาพ โดยเฉพาะขนาดหัวและมาตรฐานสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อสร้างมูลค่าและรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว” นายจิรวุฒิ กล่าว








