“พัฒนา” เปิดตัว “หมอพร้อม Super App” รวมฟังก์ชันสุขภาพครบจบในแอปเดียว “สปสช.” ให้บริการสิทธิบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่ ร้านยา – คลินิกเอกชน ประชาชนใช้บริการง่าย ใกล้บ้าน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” โดยนายพัฒนา กล่าวว่า ระบบสาธารณสุขของไทยเผชิญความท้าทายสำคัญ 2 ประการ คือ 1. ภาระงานที่เกินกำลังของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและงานด้านเอกสาร และ 2. ความทุกข์ร้อนของประชาชนจากการรอคอย ความแออัดในสถานพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข จึงมีนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปฏิรูประบบบริการสุขภาพ ซึ่งได้มีการเปิดตัว “หมอพร้อม Super App” โฉมใหม่ รวมฟังก์ชันสุขภาพครบ จบในแอปเดียว เพิ่มฟังก์ชันที่ช่วยให้ประชาชนรู้จักการดูแลตัวเอง รู้จักการป้องกันโรคและภัยสุขภาพต่างๆ ส่งผลให้เจ็บป่วยน้อยลง ช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่ประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น จากการเข้าถึงบริการผ่านช่องทางนัดหมายออนไลน์ หรือพบแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine ซึ่งหลายแห่งมีการเชื่อมต่อกับระบบคิวแล้ว เช่น โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถค้นหาสถานบริการใกล้บ้าน หรือรับบริการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ใบรับรองแพทย์ ใบส่งต่อ ทำให้ไม่ว่าจะเข้ารับการรักษาที่ไหน แพทย์สามารถดูข้อมูลประวัติการรักษาได้ทันที ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายพัฒนา ระบุด้วยว่า นโยบายที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งใจขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาโดยจะนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น AI และ Big Data มาใช้เป็นผู้ช่วยของแพทย์โรงพยาบาลและเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ประชาชนทุกคนได้มีข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง เพื่อให้หมอไม่ล้าและมีเวลากับคนไข้ มีเวลาให้กับครอบครัว ประชาชนไม่ต้องรอ เพราะความเจ็บป่วยรอไม่ได้ จะทำให้การรักษาเข้าถึงง่ายรวดเร็วเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งขณะนี้ “แอปพลิเคชันหมอพร้อม” ที่มีกว่า 30 ล้านข้อมูล ได้ยกระดับขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เช่น เรื่องระบบการนัดหมาย ระบบการจองคิว ระบบการแทรกกิ้งการแพทย์ (ระบบติดตามข้อมูลสุขภาพผู้ป่วย) ระบบการบันทึก ทั้งการรับยาและสิทธิการรักษา สามารถกดอัปเดตข้อมูลแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ที่ได้พัฒนาจนขณะนี้สามารถกด Emergency เพื่อเรียก 1669 ได้แล้ว การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ และการเชื่อมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อรับสิทธิในการจองวัคซีน หรือยา โดยมีระบบบันทึกและจะช่วยจดจำและหมอสามารถเข้าถึงได้ ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มีแต่เฉพาะตนเองเท่านั้น ยังรวมไปถึงบุคคลที่ดูแลอยู่ เช่น ลูกหลาน ผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอความเป็นไปได้ในอนาคตสำหรับการดูแลสุขภาพ ที่จะตอบสนองให้คุณหมอไม่ล้า และประชาชนได้ครอบครองฐานข้อมูลของตัวเองอย่างไม่ต้องรอ โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อความเป็นไปได้ในการดูแลสุขภาพของทุกคน ซึ่งในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่ค่อยมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแล้วว่าให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตฟรีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเข้าถึงแอปพลิเคชันหมอพร้อมได้ ในอนาคตแอปพลิเคชันหมอพร้อมจะเข้าไปดูแลข้อมูลสุขภาพและดูแลสุขภาพของทุกคนให้เกิดความเท่าเทียมกัน และสามารถเข้าถึงได้ด้วยต้นทุนที่ไม่สูง

สำหรับแนวทางการพัฒนาด้านระบบดิจิทัลสุขภาพในอนาคต จะมีการเชื่อมต่อระบบข้อมูลกับหน่วยงานภายนอกกระทรวงสาธารณสุข ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของกระทรวงฯ โดยให้ความสำคัญต่อธรรมาภิบาลข้อมูลและความมั่นคงทางไซเบอร์สูงสุด ซึ่งขณะนี้มีความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์แล้วหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นต้น รวมทั้งจะพัฒนาระบบ AI ซึ่งมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีศักยภาพ ทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท CARIVA และบริษัท iNet อีกทั้งยังร่วมมือกับภาคีเครือข่ายอื่นทั้งภายในและภายนอกกระทรวงฯ อาทิ Central, True, SCB และสหพัฒน์ฯ เป็นต้น กระตุ้นให้ประชาชนใส่ใจสุขภาพของตนเองเพื่อพัฒนาหมอพร้อมให้เป็น Super App เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

“หมอพร้อม Super App” เปรียบเสมือน “กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล” ที่รวบรวมฟีเจอร์สำคัญไว้ถึง 12 ฟีเจอร์ อาทิ การนัดหมายออนไลน์ ระบบ Caregiver ประวัติฝากครรภ์บนโทรศัพท์มือถือ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ Digital 1669 ประเมินความพึงพอใจออนไลน์ ใบรับรองแพทย์-ใบส่งตัว-เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ประวัติสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ ประเมินสุขภาพ ตรวจสุขภาพใจ ปรึกษาแพทย์ทางไกล Telemedicine และการลงทะเบียน Health ID ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์สูงสุด ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เพิ่มทางเลือกเสริมในการใช้บริการสิทธิบัตรทอง โดยทันตแพทย์ อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ได้ยกระดับการให้บริการสิทธิบัตรทอง ในหน่วยนวัตกรรม 30 บาทรักษาทุกที่ ที่ร้านยาและคลินิกเอกชน เพื่อเป็น “ทางเลือกเสริม” ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่าย สะดวก และใกล้บ้าน ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ประชาชนสามารถเข้ารับบริการในหน่วยนวัตกรรม 7 ประเภท ที่มีสัญลักษณ์ “30 บาทรักษาทุกที่” ได้แก่ ร้านยาคุณภาพ คลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม คลินิกแพทย์แผนไทย คลินิกพยาบาล คลินิกกายภาพบำบัด และคลินิกเทคนิคการแพทย์ โดยสามารถเข้ารับบริการด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1. แจ้งความประสงค์เข้ารับบริการด้วยสิทธิบัตรทอง โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือแอปพลิเคชัน ThaiD

2. หน่วยบริการตรวจสอบสิทธิและโควตา หากยังมีโควตาเข้ารับบริการต่อไป

3. ผู้รับบริการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการถูกสวมสิทธิ์

4. เข้ารับบริการตามประเภทที่เลือก

5. ระบบบันทึกสิทธิอัตโนมัติด้วยการให้บริการแบบโควตา 

นอกจากนั้นยังเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิล่วงหน้า ผ่าน LINE OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) ซึ่งจะทราบทันทีว่าในสัปดาห์นั้นมีโควตาให้บริการหรือไม่ หากมีสามารถจองสิทธิได้ โดยหลังจากเพิ่มเพื่อนไลน์ OA สปสช. แล้ว ให้เข้าไปที่เมนู 30 บาทรักษาทุกที่ ใช้บริการนวัตกรรม เลือกประชาชน และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เมื่อได้รับ QR Code นำไปแสดงที่ร้านยาหรือคลินิกเอกชนที่เข้าร่วม และสามารถเช็กประวัติการรักษาย้อนหลังของตนเองได้ด้วย

กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนด้วยระบบสแกนใบหน้าได้นั้น สปสช. อนุญาตให้ยืนยันตัวตนผ่านไลน์ OA สปสช. โดยให้สมาชิกในครอบครัวสแกน QR Code ที่หน่วยบริการ แอปพลิเคชันจะแจ้งให้เลือกว่าจะใช้สิทธิสำหรับ “ตัวเอง” หรือ “สมาชิกในครอบครัว” เมื่อเลือกสมาชิกในครอบครัว ระบบจะดึงข้อมูลและตรวจสอบสิทธิของบุคคลนั้นๆ แทน ก่อนเข้ารับบริการตามขั้นตอนต่อไป

โดยการใช้สิทธิในหน่วยนวัตกรรมแต่ละประเภท ประชาชนสามารถใช้บริการตามความจำเป็น ภายใต้โควตารายสัปดาห์ เช่น เจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถรับบริการได้ที่ร้านยา คลินิกเวชกรรม คลินิกพยาบาล หรืออุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน รับบริการได้ที่คลินิกทันตกรรม เป็นต้น และการปรับหน่วยนวัตกรรมรูปแบบใหม่ ขอยืนยันว่า ไม่มีการตัดสิทธิบัตรทอง มีแต่พัฒนาระบบให้ดีขึ้น เมื่อประชาชนใช้บริการ “ทางเลือกเสริมบัตรทอง” ในหน่วยนวัตกรรมครบสิทธิแล้ว หรือหากสัปดาห์นั้นโควตาหมด ยังสามารถใช้สิทธิบัตรทองที่หน่วยบริการประจำของตนเองได้เหมือนเดิม

นอกจากนี้ยังมี สภาการพยาบาล สภาเทคนิคการแพทย์ และสภาการแพทย์แผนไทย ที่อยู่ระหว่างการเชื่อมข้อมูลกับ สปสช. จึงทำให้ยังไม่สามารถให้บริการได้ในวันที่ 12 มกราคม 2569 อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเชื่อมข้อมูลแล้ว จะสามารถให้บริการตามแนวทางใหม่ได้ สำหรับคลินิกพยาบาลแม้ว่าจะยังไม่สามารถ อัปเดตข้อมูลได้ แต่พบว่ายังคงมีผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับบริการล้างแผลอย่างต่อเนื่อง สปสช. จึงเปิดให้คลินิกการพยาบาลที่เข้าร่วมสามารถให้บริการล้างแผล โดยต้องเป็นผู้ป่วยเก่าที่เคยได้รับบริการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 หากจำเป็นต้องรับบริการล้างแผลต่อเนื่อง ยังสามารถให้บริการได้ โดยคลินิกการพยาบาลบันทึกข้อมูลตามปกติในระบบ e-claim และดำเนินการยืนยันตัวตนผู้ป่วยเหมือนเดิม ทั้งนี้สามารถให้บริการได้จนกว่าสภาการพยาบาลจะเชื่อมข้อมูลกับ สปสช. ทั้งนี้ การเชื่อมข้อมูลกับสภาวิชาชีพเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบุคลากรแต่ละวิชาชีพที่บันทึกข้อมูล เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว หน่วยบริการในกลุ่มดังกล่าวจึงจะสามารถดำเนินการ Reactivate ได้ โดยสภาการพยาบาล คาดว่าจะเชื่อมข้อมูลได้ภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่วนสภาเทคนิคการแพทย์ และสภาการแพทย์แผนไทย คาดว่าจะเชื่อมข้อมูลได้สำเร็จภายในสัปดาห์หน้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 หรือ Facebook: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง