ชูนวัตกรรม เชื่อมโยงฐานข้อมูลเกษตรครบวงจร เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ยกระดับสินค้าเกษตรสู่สินค้ามูลค่าสูง

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้ขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรม “ระบบสารสนเทศสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับของประเทศไทย” ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในการเข้าถึงข้อมูลด้านมาตรฐานและประกอบการตัดสินใจดำเนินงานได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาระบบดิจิทัลอัจฉริยะบนเทคโนโลยี Cloud เพื่อทำหน้าที่รวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลที่เคยกระจายอยู่ตามระบบต่างๆ ให้มาบูรณาการรวมกันเป็นฐานข้อมูลเดียวที่มีความครบวงจรและเป็นปัจจุบันที่สุด โดยความโดดเด่นของระบบใหม่นี้อยู่ที่การนำเทคโนโลยี Business Intelligence (BI) และระบบสารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ (GIS) มาใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่มีความซับซ้อนให้ออกมาในรูปแบบของ Dashboard และแผนที่แสดงการกระจายตัวของผู้ประกอบการที่เข้าใจง่าย พร้อมรองรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา

โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานบังคับทั้ง 9 รายการที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ อาทิ หลักปฏิบัติสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (มกษ.1004-2557), ข้อกำหนดปริมาณอะฟลาทอกซินในเมล็ดถั่วลิสง (มกษ. 4702-2557), การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่ไข่ (มกษ. 6909-2562) และฟาร์มสุกร (มกษ. 6403-2565) รวมถึงมาตรฐานล่าสุดอย่างหลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (มกษ. 9070-2566) ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อมูลการดำเนินการ หลักสูตรออนไลน์ (e-learning) และช่องทางการขอรับใบอนุญาตไว้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังออกแบบมาเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ทุกภาคส่วน โดยในส่วนของเกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นคลังข้อมูลในการศึกษามาตรฐานสินค้าเกษตรทั้งแบบบังคับและแบบทั่วไป รวมถึงติดตามสถิติ กฎระเบียบและสถานการณ์สินค้าพร้อมระบบแจ้งเตือนความไม่ปลอดภัยของสินค้าเกษตรเชิงรุก

ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่และผู้บริหารภาครัฐจะเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์และกำกับดูแลคุณภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการมาตรฐานสินค้าเกษตรของประเทศให้มีมาตรฐานสากล ทั้งนี้ มกอช.เชื่อว่าระบบดังกล่าวจะยกระดับศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลก และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค นำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง