กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกหน่วยงานพันธมิตร ลงพื้นที่ภูเก็ต ตรวจเข้มธุรกิจท่องเที่ยว พบพิรุธเข้าข่ายนอมินีหลายจุด

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 29–30 มกราคม 2569 ได้ส่งชุดปฏิบัติการปราบปรามนอมินี ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ทั้งธุรกิจนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจเรือเช่า หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยว่าอาจมีการใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือเข้าข่ายเป็นนอมินี เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเป้าหมายจำนวน 10 ธุรกิจ รวมถึงตรวจสำนักงานบัญชีและสำนักงานกฎหมายที่ต้องสงสัยว่าให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนชาวต่างชาติใช้คนไทยถือหุ้นแทน โดยจังหวัดภูเก็ตถือเป็นพื้นที่เสี่ยง มีนิติบุคคลจดทะเบียนรวม 29,090 ราย ในจำนวนนี้พบว่ามีชาวต่างชาติร่วมลงทุนกับคนไทยถึง 11,263 บริษัท คิดเป็นร้อยละ 38.72

ทั้งนี้ พบข้อสังเกตว่าการร่วมลงทุนของชาวต่างชาติส่วนใหญ่มีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 50 ทำให้ไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าบางส่วนอาจใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย

การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดต้นตอวงจรนอมินีในภาคธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เพื่อไม่ให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายใช้ทรัพยากรของประเทศแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและระเบียบของไทย

จากการตรวจสอบ 10 ธุรกิจ พบว่านิติบุคคล 3 บริษัทมีที่ตั้งเดียวกับสำนักงานบัญชี และระหว่างปฏิบัติงานพบว่า ผู้ทำบัญชีของสำนักงานแห่งหนึ่งแอบอ้างตนเป็นกรรมการนิติบุคคล พร้อมใช้บัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นมาให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาต่อกรรมการและผู้ทำบัญชีรายดังกล่าว ในความผิดตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526

นอกจากนี้ ยังได้เข้าตรวจสอบสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีกลุ่มเสี่ยง รวมถึงนิติบุคคลนอมินีเป้าหมาย และเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงรวม 5 ราย โดยพบว่า 3 ราย มีการใช้พนักงานหรือผู้ทำบัญชีเข้าเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทที่มีชาวต่างชาติเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น ซึ่งกรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายต่อไป

ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม สกัดกั้นผู้ไม่สุจริต พร้อมยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่การใช้ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล เพื่อให้การปราบปรามมีความแม่นยำ ครอบคลุม และไม่กระทบต่อนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง