กกต. ย้ำ ผู้มีสิทธิที่ไม่ได้ไปเลือกตั้ง สส. – ออกเสียงประชามติ แจ้งเหตุ 9 – 15 ก.พ. 69

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงขั้นตอนแจ้งเหตุสำหรับประชาชนที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถแจ้งเหตุ       ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ตามขั้นตอน ดังนี้

กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. สามารถแจ้งเหตุได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านช่องทาง

อิเล็กทรอนิกส์ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์) ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิไม่ได้ไปเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ต้องแจ้งเหตุในระบบ 2 ครั้ง ได้แก่ 1. การแจ้งเหตุไม่สามารถไปเลือกตั้ง สส. 2. การแจ้งเหตุไม่สามารถไปออกเสียงประชามติ

นอกจากนี้ยังสามารถยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ/นายทะเบียนท้องถิ่น ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน ซึ่งจะต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 หรือทำเป็นหนังสือ ซึ่งต้องระบุ หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และเหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว แต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

1. ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

2. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

3. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงได้ ตั้งแต่วันที่
9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)

นอกจากนี้สามารถยื่นด้วยตนเอง หรือทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยจะต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 หรือทำเป็นหนังสือ โดยระบุ หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และเหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง

ผู้มีสิทธิออกเสียงที่ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

1. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

3. เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (5) (บัญญัติว่า การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด)

4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย
ว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิ

สำหรับขั้นตอนหลังวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ผลคะแนนจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ก่อนประกาศผลอย่างเป็นทางการ ดังนี้

การประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เมื่อการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด โดย กกต. จะตรวจสอบและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

การประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อ กกต. ได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด กกต. จะคำนวณสัดส่วนเพื่อหาผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ตามวิธีการคำนวณที่กฎหมายกำหนด ผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน จากนั้น กกต. จะตรวจสอบและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

การคัดค้านการเลือกตั้ง สส. กรณีทั่วไป ยื่นคัดค้านได้ ตั้งแต่วันที่ กกต. ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งจนถึง 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ยื่นได้ตั้งแต่วันเลือกตั้งจนถึง 180 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีการนับคะแนน ให้คัดค้านในระหว่างเวลาที่ยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จ กรณีการรวมคะแนน ให้คัดค้านก่อนประกาศผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง

การประกาศผลการออกเสียงประชามติ เมื่อการออกเสียงเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมประกาศผล
ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันออกเสียง 

การคัดค้านการออกเสียงประชามติ ยื่นคัดค้านได้ภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่การลงคะแนนออกเสียงประชามติสิ้นสุดลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง