กรมควบคุมมลพิษคาดการณ์คราบน้ำมันจากเหตุเรือบรรทุกสินค้าอับปางกลางทะเลภูเก็ต จะเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลเปิด ไม่พัดเข้าสู่ชายฝั่งไทย พร้อมยืนยันคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) มอบหมายให้กองจัดการคุณภาพน้ำ โดยส่วนแหล่งน้ำทะเล ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 (ภูเก็ต) ติดตามสถานการณ์เหตุเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติปานามาอับปางและจมลงทะเล บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะแก้วน้อย ตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต พร้อมให้การสนับสนุนทางวิชาการด้านการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม การเฝ้าระวัง และการเก็บกู้เรือและตู้สินค้าจนกว่าภารกิจจะแล้วเสร็จ

กรมควบคุมมลพิษได้ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ Oil Map เพื่อคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน กรณีเกิดการรั่วไหลจากเรือที่อับปาง ผลการคาดการณ์พบว่า คราบน้ำมันมีแนวโน้มเคลื่อนตัวจากตำแหน่งเรือที่จมไปทางทิศตะวันตก และจะเคลื่อนออกสู่ทะเลเปิด ไม่พัดเข้าสู่ชายฝั่งของประเทศไทย ทั้งนี้ คพ. ได้ประสานข้อมูลร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และกรมเจ้าท่า เพื่อเตรียมความพร้อมในการขจัดคราบน้ำมันและเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด

สำหรับผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งในพื้นที่หาดท่องเที่ยว จำนวน 2 หาด ได้แก่ หาดราไวย์ และหาดในหาน เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. พบว่า

หาดราไวย์ ตรวจวัดจำนวน 2 จุด โดยจุดที่ 1 บริเวณหาดราไวย์ตอนเหนือ ไม่พบคราบน้ำมันในพื้นที่ มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) เท่ากับ 8.16 ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) 7.83 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) 47.7 กรัมต่อลิตร ขณะที่จุดที่ 2 บริเวณหาดราไวย์ตอนกลาง ไม่พบคราบน้ำมันเช่นเดียวกัน มีค่า pH 8.15 ค่า DO 7.95 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่า TDS 48.0 กรัมต่อลิตร

ส่วนหาดในหาน ตรวจวัด 1 จุด บริเวณตอนกลางหาด ไม่พบคราบน้ำมันในพื้นที่ มีค่า pH 8.20 ค่า DO 7.71 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่า TDS 48.0 กรัมต่อลิตร

จากการแปลผลคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้นจากพารามิเตอร์ภาคสนาม พบว่าคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งบริเวณหาดราไวย์และหาดในหาน ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ประเภทที่ 4 เพื่อการนันทนาการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง