“พาณิชย์” ขับเคลื่อน Smart Skill พัฒนาการตลาดให้ผู้ประกอบการชุมชน จัดมหกรรมการค้าชายแดนฯ ช่วยผู้ประกอบการชายแดน-ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “การขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนด้วย Smart Skill ปี 2569” มุ่งเสริมสร้างมุมมองการดำเนินธุรกิจที่ดี และพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการชุมชน เพื่อยกระดับความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางการค้า ขยายตลาดสู่ช่องทางใหม่อย่างมีศักยภาพ โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ครอบคลุมการพัฒนาเชิงลึกตั้งแต่การให้คำปรึกษา การบ่มเพาะทักษะ ไปจนถึงการสร้างการรับรู้และขยายตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งทั้ง 3 กิจกรรมประกอบด้วย

1. SMART Local Clinic คลินิกธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจลงพื้นที่จัดคลินิกธุรกิจให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจในท้องถิ่น ช่วยให้ผู้ประกอบการชุมชนได้รับคำแนะนำที่ตรงจุด และเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาสทางธุรกิจ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการชุมชนขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ รวมถึงช่องทางการตลาดที่หลากหลายมากขึ้น กำหนดจัด 4 ครั้ง ใน 4 ภูมิภาค รวมกว่า 120 ราย ได้แก่ ภาคกลาง จังหวัดราชบุรีระหว่างวันที่ 12 – 13 กุมภาพันธ์ 2569 ภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลกระหว่างวันที่ 17–18 กุมภาพันธ์ 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดสกลนครระหว่างวันที่ 26 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 และภาคใต้ที่จังหวัดตรัง ระหว่างวันที่ 3 – 4 มีนาคม 2569

2. SMART Local Camp ค่ายบ่มเพาะธุรกิจเชิงลึกมุ่งพัฒนาทักษะการค้าใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างแบรนด์ การสร้างเรื่องเล่าผลิตภัณฑ์ การจัดแสดงสินค้า การนำเสนอและเจรจาการค้า และการวางโครงสร้างธุรกิจเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการสู่การเป็น “ผู้ประกอบการชุมชนมีดี (SMART Local ME-D)” รุ่นที่ 3 จำนวน 40 ราย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–30 เมษายน 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินกิจกรรม SMART Local Camp มาแล้วตั้งแต่ปี 2567 มีผู้ประกอบการชุมชนที่ผ่านการพัฒนาแล้วกว่า 80 ราย โดยผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้และทักษะ ซึ่งเป็น Soft Skill ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ ช่วยสร้างยอดขายและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

3. SMART Local Communicate สร้างการรับรู้ให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ผ่านเส้นทางตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนมีดี ภายใต้แนวคิดเส้นทาง “SUNS Day Trip” เส้นทางแห่งแสงที่สะท้อนพลังของผู้ประกอบการชุมชนจากทั้ง 4 ภูมิภาค ใน 4 จังหวัด ได้แก่ 1) สุโขทัย แสงอรุณแห่งสุโขทัย สะท้อนรากเหง้าอันมั่นคง ของมรดกสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น จุดเริ่มต้นของชีวิตและการตื่นรู้ 2) อุบลราชธานี แสงสว่างแห่งอุบลราชธานี ความศรัทธาและภูมิปัญญาที่หล่อเลี้ยงชีวิตชุมชน สืบสานความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) น่าน แสงธรรมชาติแห่งน่าน ความอบอุ่นจากธรรมชาติที่เติมเต็มวิถีชีวิต เรียนรู้ความสงบและสมดุลที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน และ 4) สตูล แสงอาทิตย์ยามเย็นแห่งสตูล แสงสุดท้ายที่เลื่อนลับกลับลงสู่ท้องทะเล ช่วงเวลาของการกลับคืนสู่ธรรมชาติ ที่สื่อถึงความงดงาม ความสงบ และความยั่งยืน ซึ่งเส้นทาง SUNS Day Trip จะถ่ายทอด
อัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น เชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชื่อมั่นว่า โครงการขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนด้วย Smart Skill จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการชุมชนไทย ให้สามารถพัฒนา ต่อยอด และขยายธุรกิจได้อย่างมั่นคง พร้อมก้าวสู่ตลาดที่หลากหลาย สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในระยะยาว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 5950 สายด่วน 1570 และ www.dbd.go.th

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ส่งเสริมการค้าชายแดน โดยนายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงพาณิชย์ที่มีภารกิจในการส่งเสริมการค้าชายแดน ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการค้าชายแดนไปยังระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค จึงได้จัดงาน “มหกรรมการค้าระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC Expo 2026) ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) จังหวัดขอนแก่น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค นอกจากนี้ ยังเป็นการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญเร่งด่วน (Quick Big Win) ของกระทรวงพาณิชย์ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความ
ไม่สงบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา และฟื้นฟูธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ
จากอุทกภัย

การจัดงานฯ ครั้งนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในทุกกิจกรรมซึ่งประกอบด้วย 4 กิจกรรม ดังนี้

1. การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากว่า 120 คูหา จากทั้งผู้ประกอบการไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อาทิ สินค้า BCG อาหารและเครื่องดื่มแปรรูป ผ้าและเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและเครื่องสำอาง อัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งมีมูลค่าการจำหน่ายสินค้าตลอด 4 วันของการจัดงานฯ รวมกว่า 2 ล้านบาท

2. การจับคู่เจรจาธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค (Onsite and Online Business Matching) จำนวนกว่า 50 คู่เจรจา คาดการณ์คำสั่งซื้อภายใน 1 ปี กว่า 31 ล้านบาท

3. การสัมมนา หัวข้อ “เทคนิคการสร้างแบรนด์สินค้าท้องถิ่นให้ก้าวไกลไปตลาดโลก” และการเสวนาหัวข้อ “เทรนด์ตลาดจีน 2026 และข้อควรรู้” เพื่อพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน

4. การประชุมเพื่อส่งเสริมและแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้า โดยมี นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธาน ซึ่งได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งในประเด็นมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาและการปรับตัวของภาคเอกชน การส่งออกข้าวและตลาดข้าวที่สำคัญของไทย การส่งออกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากแมลงไปตลาดจีน รวมถึงการส่งออกมะม่วงไปยังเกาหลีใต้และประเทศอื่น ๆ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำปรึกษาด้านการเงินและสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมทั้งกิจกรรมประกวดสินค้าขวัญใจมหาชนของผู้ประกอบการที่ร่วมแสดงสินค้า ทั้งประเภท Food และ Non-Food โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางการค้าให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการรายย่อยในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ในพื้นที่ตามแนวชายแดนหรือระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 มีกำหนดจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนและระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ อีก 5 ครั้ง ณ จังหวัดเชียงราย (12 – 16 ก.พ.69) นครศรีธรรมราช พิษณุโลก จันทบุรี และสระแก้ว โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานฯ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dft.go.th หรือ Facebook: กรมการค้าต่างประเทศ DFT และสายด่วน 1385 DFT Call Center

ข่าวที่เกี่ยวข้อง