ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ จับมือสถาบัน JTTRI พัฒนา ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หวังดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้ามาท่องเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้น
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กรุงโตเกียว นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บได้เป็นประธานร่วมกับ นายชุคุริ มาซาฟุมิ ประธานสถาบันวิจัยด้านการขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น สำนักงานภูมิภาคอาเซียน–อินเดีย (JTTRI–AIRO) ในการประชุมคณะทำงานวิชาการด้านการท่องเที่ยว ไทย–ญี่ปุ่น ครั้งที่ 6 ณ สำนักงานใหญ่ สถาบัน JTTRI – AIRO และผ่านระบบ Zoom ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ The Mission and Role of DMOs” (ภารกิจและบทบาทขององค์กรบริหารจัดการการท่องเที่ยว)
ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือและแลกเปลี่ยนความคิด รวมถึงแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวร่วมกันทั้งสองประเทศ เพื่อความยั่งยืนและยกระดับความสามารถในการดำเนินงานร่วมกับองค์กรจัดการแหล่งท่องเที่ยวญี่ปุ่น (DMOs) ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ญี่ปุ่นใช้บริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเข้มแข็งในชุมชน การมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน และส่งเสริมกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยที่ประชุมได้นำผลการหารือและองค์ความรู้จากหัวข้อต่างๆ ที่ผ่านมา มาต่อยอดเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาทรัพยากรท่องเที่ยวร่วมกัน มุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ
การประชุมคณะทำงานฯ ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากประเทศญี่ปุ่น เป็นต้นแบบการบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสรุปได้เป็น 3 ปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวตัดสินใจมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ 1) ความปลอดภัย 2) การเดินทางที่สะดวกสบาย 3) อัธยาศัยไมตรีของคนท้องถิ่น
สุดท้าย ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่า “การท่องเที่ยว คือการสร้างความสุข” ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่คือกุญแจแห่งความสำเร็จในการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งเมืองทานาเบะ เป็นตัวอย่างของความสำเร็จนี้ และประเทศไทยพร้อมนำต้นแบบนี้ไปพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวในเมืองรองให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการท่องเที่ยวไทยที่ไม่ได้มองเพียงแค่ปริมาณตัวเลขนักท่องเที่ยว แต่ให้ความสำคัญกับ “กลไกการบริหารจัดการ” (Management) โดยอาศัยต้นแบบความสำเร็จจากญี่ปุ่น มาปรับใช้เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง ตลอดจนพร้อมสานต่อความร่วมมือระหว่างกันไปจนถึงปี ค.ศ. 2027 ซึ่งเป็นปีครบรอบ140 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น








