นายกฯ สั่งการทุกจังหวัดเตรียมรับมือภัยแล้งถึงเดือนพฤษภาคม เตรียมแผนเผชิญเหตุ สำรองน้ำอุปโภคบริโภค จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าในช่วงกลางเดือนมกราคมจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะมีสภาพอากาศแห้งแล้ง ในหลายพื้นที่จะเกิดสถานการณ์ภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทานยังคงมีแนวโน้มที่อาจจะประสบปัญหาภัยแล้งจากกรณีมีน้ำไม่เพียงพอ สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนบางพื้นที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบสำหรับใช้ในการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภค บริโภค ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลมีความห่วงใย
ในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จึงสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1. ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ โดยจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ ภายใต้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ทำหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำท่า ปริมาณฝน ปริมาณน้ำในแหล่งเก็บน้ำ ปัญหาการใช้น้ำของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

2. จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัด พร้อมกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงให้ชัดเจน สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. ให้หน่วยงานทหาร ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและองค์กรสาธารณกุศล บูรณาการเตรียมความพร้อมกำลังพล วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการแจกจ่ายน้ำแก่ประชาชน

4. ให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบและซ่อมแซมภาชนะเก็บกักน้ำกลาง และระบบประปาหมู่บ้าน ให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ พร้อมจัดทำแผนการแจกจ่ายน้ำให้ประชาชนอย่างเพียงพอทั่วถึง

5. ให้สร้างการรับรู้ให้ประชาชน ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและมาตรการการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐผ่านช่องทางการสื่อสารทุกช่องทาง พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด คุ้มค่า รวมถึงส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย

6. เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยแล้ง ให้พื้นที่จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก และป้องกันโรคระบาดที่มักเกิดในช่วงหน้าแล้ง รวมถึงให้ฝ่ายปกครองร่วมกับหน่วยทหารและตำรวจในพื้นที่ ช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงหน้าแล้ง โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่พบบ่อยในช่วงหน้าแล้ง อาทิ การลักขโมยเครื่องสูบน้ำและเครื่องมือทางการเกษตร รวมถึงให้เข้าไปทำความเข้าใจเพื่อป้องกันความขัดแย้งจากการแย่งชิงน้ำในการทำเกษตร ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าภาครัฐได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนมีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอตลอดช่วงหน้าแล้งนี้ ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการปฏิบัติว่า ปภ. ได้ขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยประสานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการอย่างเคร่งครัด และสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั้ง 18 เขต เตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยสำหรับสนับสนุนการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อาทิ เครื่องสูบ ส่งน้ำระยะไกล รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุกน้ำ หากจังหวัดใดประสบภัยและเกินขีดความสามารถของท้องถิ่น สามารถร้องขอการสนับสนุนมายัง ปภ. เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลือได้ทันที ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง หรือพบเห็นเหตุสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุได้ทางแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT หรือ สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง