นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายให้นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “การพัฒนาแผนงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจากรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย (Improving Motorized Two-wheeler Safety in Thailand)” ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ผู้แทน UN-Habitat และ UNESCAP ตลอดจนทีมที่ปรึกษาและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนประมาณ 17,000 รายต่อปี โดยกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเยาวชนและวัยแรงงาน อายุ 15–29 ปี คิดเป็นร้อยละ 32 ของผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ ขณะที่ผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 20 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด
ทั้งนี้ ยังพบว่าอัตราการสวมหมวกนิรภัยอยู่ในระดับต่ำ ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั่วไปสวมหมวกเพียงร้อยละ 43 และในกลุ่มผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตมีการสวมหมวกเพียงร้อยละ 15 สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการที่ดำเนินการอยู่ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องยกระดับอย่างจริงจัง
อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ยังสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 1.7 ล้านล้านบาทต่อปี กรมควบคุมโรคจึงร่วมกับองค์การอนามัยโลกและภาคีเครือข่าย จัดทำแผนแม่บทระดับประเทศด้านความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์ ภายใต้แนวคิด Safe System Approach แบบบูรณาการ ครอบคลุมปัจจัยด้านคน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม และระบบบริหารจัดการ โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกกำหนดมาตรการให้เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย
ด้าน Dr. Olivia Corazon Nieveras ในนามองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า การเปิดตัวแผนงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการดำเนินงานบนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ โดยสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการระดับโลกสำหรับทศวรรษที่สองแห่งการดำเนินงานเพื่อความปลอดภัยทางถนน ค.ศ. 2021–2030
ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับการสนับสนุนแบบมุ่งเป้าจากกองทุนความปลอดภัยทางถนนแห่งสหประชาชาติ (UN Road Safety Fund) สะท้อนถึงบทบาทความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
การขับเคลื่อนแผนแม่บทดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ และคุ้มครองชีวิตประชาชนไทยอย่างยั่งยืน








