กรมวิชาการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์พืชในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (APEC) และก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเมล็ดพันธุ์พืชผักเขตร้อนคุณภาพสูงของโลก โดยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของประเทศ มีบริษัทผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นนำมากกว่า 20 บริษัท เข้ามาลงทุนตั้งศูนย์ปรับปรุงพันธุ์และฐานการผลิตในพื้นที่ จึงได้เปิดให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว หรือ Seed One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนและเกษตรกร
บริการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การสุ่มตัวอย่างเมล็ดพันธุ์เพื่อตรวจวิเคราะห์ การตรวจสอบคุณภาพและสุขอนามัย ไปจนถึงการออกใบรับรองคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความคล่องตัว และยกระดับประสิทธิภาพการส่งออกแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่กว่า 200 ราย
ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการของศูนย์ฯ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อขอการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 สำหรับการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ครอบคลุมพืชรวม 46 ชนิด
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามนวัตกรรมการผลิตและยกระดับคุณภาพเมล็ดพันธุ์ อาทิ การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อผ่านระบบ Bio Reactor ในห้องปฏิบัติการประหยัดพลังงานแห่งแรกของกรมฯ ซึ่งสามารถผลิตต้นกล้าเกรดพรีเมียมได้มากกว่า 150,000 ต้น รองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ การพัฒนาเทคโนโลยีเคลือบเมล็ดพันธุ์เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมี ยืดอายุการเก็บรักษา และเพิ่มความชัดเจนด้านอัตลักษณ์สายพันธุ์ รวมถึงการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ในระบบเกษตรอินทรีย์ รองรับความต้องการของเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
ภายหลังจากการขับเคลื่อนศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์ในภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตรได้ขยายผลมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ที่มีมูลค่าส่งออกสูงที่สุดของประเทศ ควบคู่การยกระดับบริการภาครัฐ และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน








