กรมชลประทาน วางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้ง บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ติดตามสภาพอากาศสถานการณ์น้ำของประเทศ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาและสถานการณ์น้ำมาประกอบการวิเคราะห์และวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับติดตามและประเมินแนวโน้มสภาพอากาศ โดยเฉพาะสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงเตรียมมาตรการรองรับและลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคการเกษตร 

ขณะเดียวกันกรมชลประทาน ยังได้เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งการจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและรถบรรทุกน้ำ เพื่อสนับสนุนและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในเขตและนอกเขตชลประทาน รวมทั้งเร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำในลำคลองและแหล่งน้ำต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอตลอดช่วงหน้าแล้งนี้

สำหรับภาพรวมสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 56,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วน 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันกว่า 18,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งตั้งแต่เริ่มแผนบริหารจัดการน้ำจนถึงปัจจุบันใช้น้ำไปแล้วกว่า 20,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ รวมทั้ง ได้ติดตามและเฝ้าระวังค่าความเค็มอย่างใกล้ชิดในแม่น้ำสายหลัก 4 สายคือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง โดยผลการตรวจวัดพบคุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง