นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Strengthening Climate-Smart Rice Farming: Thai Rice GCF) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการและกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการผลิตข้าวไทยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการยกระดับโอกาสทางการตลาดและการเสริมสร้างองค์ความรู้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมกล่าวว่า ที่ประชุมฯได้มีมติเห็นชอบแนวทางการเชื่อมโยงตลาดข้าว Climate Smart Rice ร่วมกับภาคเอกชนของไทย ซึ่งการพัฒนาตลาดข้าว Climate Smart Rice สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมภายในประเทศ (Domestic SMEs) ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF และโครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (ISRL) โดยมุ่งสร้างกลไกตลาดที่เอื้อต่อระบบการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ การสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจและการเพิ่มมูลค่าผลผลิต เพื่อดึงดูดภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นรูปธรรมและมอบหมายกรมการข้าวหารือภาคเอกชนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าร่วม รวมทั้งศึกษาแนวทางการขึ้นทะเบียนผลผลิตข้าวภายใต้โครงการเป็นข้าวคาร์บอนต่ำตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ ให้มีการพัฒนาความรู้และสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านตลาดคาร์บอนและองค์ความรู้เชิงนโยบายที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในอนาคต ซึ่งจะประสานงานกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เพื่อจัดทำข้อมูลพื้นที่การทำนาแบบเปียกสลับแห้งและข้อมูลการวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับใช้ประกอบการดำเนินโครงการด้านตลาดคาร์บอน การคำนวณคาร์บอนเครดิตและป้องกันปัญหาพื้นที่ดำเนินงานทับซ้อนอีกด้วย
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำด้วยว่า การส่งเสริมการผลิตข้าวในอนาคตจำเป็นต้องกำหนดทิศทางตลาดให้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่เกษตรกรในการวางแผนผลิตและลงทุน ควรแยกผลผลิตข้าวที่ผ่านกระบวนการผลิตตามมาตรฐานและมีมูลค่าเพิ่ม กับผลผลิตข้าวทั่วไป เพื่อให้เกิดความแตกต่างด้านราคา ขณะเดียวกัน หากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมกันวางระบบสนับสนุนให้ชัดเจน ทั้งด้านองค์ความรู้ การรับรองมาตรฐาน การกำหนดเป้าหมายตลาด ปริมาณความต้องการซื้อและราคาที่แน่นอน จะช่วยให้การส่งเสริมเกษตรกรเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง








