ทส. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “Biodiversity Credit Roadmap of Thailand” เร่งขับเคลื่อนกลไกการเงินด้านความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งสู่ Nature Positive ยั่งยืน

ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Biodiversity Credit Roadmap of Thailand” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 มีนาคม 2569 เพื่อผลักดันการพัฒนากลไกทางการเงินด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

โดยการประชุมดังกล่าวมีความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ ให้สอดรับกับกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพโลกคุนหมิง–มอนทรีออล ภายใต้การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 15 ซึ่งกำหนดเป้าหมาย “Nature Positive” เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2573 และฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาว โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมุ่งขับเคลื่อน “Biodiversity Credit” เป็นเครื่องมือทางการเงินเชิงตลาดในการระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ได้ดำเนินการศึกษาและพัฒนาแนวทางในระดับสากล พร้อมวิเคราะห์ความเหมาะสมในการประยุกต์ใช้ในบริบทของประเทศไทยอย่างรอบด้าน

อีกทั้ง ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ได้กล่าวในช่วง Executive Message ว่า ประเทศไทยได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ผ่านแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2566–2570 ซึ่งกำหนดยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ด้าน และ 12 เป้าหมายหลัก อาทิ การเพิ่มพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ทั้งบนบกและทางทะเล การดูแลรักษาสถานภาพชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามไม่ให้ลดลงจากปีฐาน การบริหารจัดการชนิดพันธุ์สำคัญอย่างมีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 รวมถึงการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ บูรณาการประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานจากทิศทางระดับโลกสู่การปฏิบัติในระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี BEDO เป็นหน่วยงานสำคัญในการผลักดันเครื่องมือทางการเงิน โดยเฉพาะ “เครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ” ให้เป็นกลไกหลักในการระดมทุน เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของประเทศในระยะยาว ดังนั้น “Nature Positive” จึงไม่ใช่เพียงแนวคิดระดับโลก แต่คือภารกิจของประเทศไทย ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน ร่วมกันดูแลธรรมชาติ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง