สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น. พบว่า พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูงถึงสูงมากในหลายจังหวัด ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ จังหวัดที่มีค่าฝุ่นสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 117.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดเชียงใหม่ 115.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดเชียงราย 113.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดพะเยา 102.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดลำพูน 100.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดลำปาง 90.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดแพร่ 81.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดน่าน 81.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดอุตรดิตถ์ 62.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดตาก 56.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงมีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 19.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
อย่างไรก็ตาม จากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูง ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครได้แจ้งเตือนค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ในวันที่ 30 มีนาคม 2569 อยู่ในระดับ “เตือนภัย” โดยแนะนำให้ประชาชนทั่วไปหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลา 11.00–15.00 น. เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ขณะที่กลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์โดยทันที








