นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จังหวัดจันทบุรีมีผลผลิต 683,027 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.66 และจะออกสู่ตลาดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม โดยย้ำให้เกษตรกรเป็นกลไกหลักในการรักษามาตรฐานคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ กรมฯ กำหนดมาตรการควบคุมคุณภาพเข้มงวดตลอดห่วงโซ่ ภายใต้แนวทาง “ตรวจก่อนตัด จัดระเบียบสวน กระบวนการผลิตปลอดภัย” พร้อมกำหนดวันเริ่มตัดทุเรียนพันธุ์หมอนทองและก้านยาว ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 เพื่อป้องกันทุเรียนอ่อนและรักษามาตรฐานสินค้า โดยเกษตรกรต้องตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งก่อนเก็บเกี่ยว โดยพันธุ์หมอนทองและก้านยาวต้องไม่น้อยกว่า 32% และต้องมีใบรับรองกำกับการขนส่งไปยังล้งหรือโรงคัดบรรจุ ควบคู่กับการจัดการสวนตามหลัก GAP ควบคุมศัตรูพืช และใช้ปัจจัยการผลิตอย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ ได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ทุกขั้นตอน เพิ่มความโปร่งใส และยกระดับความเชื่อมั่นผลไม้ไทยในตลาดโลก
ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้ารับบริการ “ตรวจก่อนตัด” อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 จนสิ้นสุดฤดูกาลผลิต ปี 2569 รวม 53 จุด ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี 35 จุด ตราด 10 จุด และระยอง 8 จุด โดยในช่วงวันหยุดสงกรานต์ยังคงมีเกษตรกรเข้ารับบริการต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการสะสม 10,371 ราย ตรวจรวมกว่า 13,155 หน่วย พันธุ์ที่เข้าตรวจมากที่สุดคือ หมอนทอง 11,966 หน่วย รองลงมา ได้แก่ กระดุม 600 หน่วย และชะนี 287 หน่วย ทั้งนี้ หากผลตรวจไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำในการเว้นระยะ เพื่อให้ผลผลิตสะสมอาหารจนได้คุณภาพตามเกณฑ์
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ย้ำว่า การที่เกษตรกรร่วมกันรักษามาตรฐานอย่างเคร่งครัดคือ กลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพทุเรียนไทย สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคและรักษาชื่อเสียงผลไม้ไทยในตลาดโลกกรมส่งเสริมการเกษตร เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือของเกษตรกรในการยึดมั่นมาตรฐานการผลิต จะช่วยยกระดับทุเรียนไทยให้เป็นสินค้าคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดส่งออก








