นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นผลจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์สาธารณะ และรถขนส่งสัตว์หรือรถขนส่งไม่ประจำทาง โดยปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านระบบ DLT Plus แล้วกว่า 64,000 ราย คาดว่าจะมีรถยนต์ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ประมาณ 230,000 คัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วง 42 วัน ระหว่างวันที่ 20 เมษายน ถึง 30 พฤษภาคม 2569
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อวางรากฐานด้านพลังงานอย่างยั่งยืนของประเทศ โดยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถสาธารณะขนาดเล็ก เช่น รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่ และรถมินิบัส
ทั้งนี้ ในช่วงปี 2569-2571 จะมีรถแท็กซี่ครบอายุการใช้งานประมาณ 27,000 คัน ซึ่งสามารถเข้าร่วมโครงการ “เก่าแลกใหม่” ได้ พร้อมพิจารณามาตรการจูงใจทางภาษี โดยอาจลดหย่อนภาษีป้ายประจำปีเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังให้ความสำคัญกับนโยบายความปลอดภัย โดยเฉพาะรถรับส่งนักเรียน ซึ่งจะบูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อดูแลให้รถนักเรียนมีสภาพปลอดภัยสูงสุด พร้อมเรียกตรวจระบบเบรกและสภาพรถทุกประเภทอย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้านำเทคโนโลยีมาใช้บริการภาครัฐ เช่น การต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และการต่อภาษีรถประจำปี ผ่านแอปพลิเคชัน DLT One App ช่วยลดการเดินทาง ประหยัดเวลา และลดการใช้พลังงานของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม








