“ไทยช่วยไทย” ผลตอบรับดีทั่วประเทศ จัดทุกศุกร์ ณ ที่ว่าการอำเภอ ตลอดเดือน พ.ค. เปิดสมัคร “รถพุ่มพวง” กระจายสินค้าราคาประหยัด ถึง 7 พ.ค. 69

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ณ ตลาดบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่เปิดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ณ ที่ว่าการอำเภอ 878 อำเภอ ทั่วประเทศ โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รายงานว่า มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศกว่า 283,894 คน ร้านค้าเข้าร่วมรวม 12,491 ร้าน ครอบคลุมทั้งห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ (Modern Trade) ผู้ผลิตสินค้า OTOP และร้านค้าชุมชน มีจำนวนสินค้าทั้งหมด 249,515 ชิ้น สร้างมูลค่าการซื้อขาย 33,738,292.45 บาท โดยช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้ 7,429,275 บาท จังหวัดที่มีการใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สุรินทร์ นครราชสีมา เชียงใหม่ขอนแก่น และยะลา อำเภอที่มีการใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อำเภอกาบัง บางใหญ่ เมืองราชบุรี จอมพระ และสมเด็จ ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน

ด้านนายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการสำรวจการจำหน่ายสินค้าราคาถูกภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ได้ออกสำรวจสถานการณ์การซื้อสินค้าและพูดคุยกับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย อย่างคึกคัก ประชาชนส่วนใหญ่พอใจถึง 60% ในสินค้าแบรนด์หลักที่มีราคาถูก และแบรนด์รองที่ราคาถูกยิ่งขึ้น โดยมีสินค้าจำเป็นให้เลือกซื้อมากมายและเดินทางสะดวก ไม่ต้องเดินทางไกลบ้าน อีกทั้งยังมีการรายงานจากหลายจังหวัดที่ผู้ประกอบการสินค้าชุมชนได้รับประโยชน์จากการที่ประชาชนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าชุมชนมากขึ้น ทำให้ชุมชนมีรายได้จากการขายอีกด้วย

สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในโครงการ มีสินค้าจากห้างค้าส่งค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้า ซึ่งเป็นสินค้าเฮาส์แบรนด์”และแบรนด์รอง ได้แก่ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช ซอสปรุงรส รวมกว่า 3,000 รายการ ซึ่งปกติถูกกว่าสินค้าที่มีแบรนด์ประมาณ 20% มาลดราคาสูงสุด 58% และยังมีแบรนด์สินค้าของผู้ประกอบการทั่วไปมาลดราคา รวมถึงมีสินค้าธงฟ้า อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ไข่ไก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และสินค้าชุมชนจากผู้ประกอบการรายย่อย อาทิ อาหาร สินค้าเกษตรแปรรูป เสื้อผ้า และสินค้าปรุงสำเร็จ มาจำหน่ายในโครงการด้วย ขอเชิญชวนประชาชนไปเลือกซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ ทุกวันศุกร์ ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม 2569 โดยครั้งถัดไปในวันที่ 8 15 22 และ 29 พฤษภาคม ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น.

นอกจากนี้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” ทางระบบออนไลน์ https://mobilemarket.bora.dopa.go.th ตั้งแต่บัดนี้ – 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.59 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

เพื่อเสริมบทบาทของผู้ค้ารายย่อยในการกระจายสินค้าราคาประหยัด ส่งตรงถึงมือประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ตั้งแต่เปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 1,301 ราย แยกเป็นประเภทรถ ดังนี้ รถยนต์ จำนวน 560 ราย รถสามล้อพ่วงข้าง จำนวน 485 ราย รถจักรยานยนต์ จำนวน 256 ราย

จังหวัดที่มีผู้สมัครสูงสุด คือ จังหวัดนครราชสีมา มีผู้สมัครแล้ว จำนวน 72 ราย จังหวัดที่มีผู้สมัครต่ำสุด คือ จังหวัดน่าน และจังหวัดสิงห์บุรี มีผู้สมัคร จังหวัดละ 1 ราย

คุณสมบัติผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ

– มีสัญชาติไทย ประกอบอาชีพค้าขาย โดยใช้ยานพาหนะเดินทางไปขายสินค้าที่หลากหลายในหลายพื้นที่ ยกเว้น รถประกอบอาหาร รถขายอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck)

– ผู้สมัครสามารถเลือกอำเภอและจังหวัดสำหรับการจำหน่ายสินค้าได้เพียง 1 แห่ง และส่งใบสมัครได้เพียง 1 ครั้ง เท่านั้น

– ผู้สมัครสามารถระบุ หมายเลขทะเบียนรถได้เพียง 1 คัน และต้องใช้รถคันดังกล่าวตามที่ระบุในใบสมัครตลอดระยะเวลาโครงการ ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่ามีการใช้ข้อมูลรถคันเดียวกันซ้ำกับผู้สมัครรายอื่น ให้ผู้สมัครที่มีเลขที่ใบสมัครลำดับหลังถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าร่วมโครงการโดยทันที

สิทธิประโยชน์ของรถพุ่มพวงที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ

– รถยนต์ (ขนาด L) จะได้รับการสนับสนุนค่าน้ำมัน 750 บาทต่อสัปดาห์ รวม 3,000 บาทต่อเดือน และได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น จำนวน 14 รายการ 64 ชิ้น สำหรับทดลองตลาด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

– รถสามล้อพ่วงข้าง (ขนาด M) จะได้รับการสนับสนุนค่าน้ำมัน 375 บาทต่อสัปดาห์ รวม 1,500 บาทต่อเดือน และได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น จำนวน 14 รายการ 37 ชิ้น สำหรับทดลองตลาด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

– รถจักรยานยนต์ (ขนาด S) จะได้รับการสนับสนุนค่าน้ำมัน 250 บาทต่อสัปดาห์ รวม 1,000 บาทต่อเดือน และได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น จำนวน 8 รายการ 22 ชิ้น สำหรับทดลองตลาด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

หลังลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ขอให้ผู้สมัครไปแสดงตนต่อนายอำเภอ หรือ ปลัดอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอที่ประสงค์จะจำหน่ายสินค้า ระหว่างวันที่ 1 – 8 พฤษภาคม 2569 (ในวันและเวลาราชการ) หรือที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 1 – 8 พฤษภาคม 2569 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) พร้อมใบสมัครจากระบบ หลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน และภาพยานพาหนะที่ใช้ประกอบอาชีพ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาและรับรองคุณสมบัติ โดยแจ้งผลการพิจารณา ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 กำหนดรับชุดสินค้าเริ่มต้นเพื่อไปจำหน่าย วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กำหนดรับบัตรเติมน้ำมัน วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ ที่ทำการไปรษณีย์อำเภอ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ PTT Station หรือสถานีบริการอื่นตามความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่งมีข้อกำหนดต้องนำชุดสินค้าเริ่มต้นทั้งหมดไปจำหน่าย ตามที่กรมการค้าภายในกำหนดราคาในป้ายประชาสัมพันธ์ ต้องรายงานยอดขายจริง และผลตอบรับจากประชาชนตลอดเวลาที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับการสั่งสินค้ารอบต่อไป (Pre-Order) ให้สั่งผ่านไลน์กลุ่มไปรษณีย์อำเภอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน เพิ่มรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง