ในยุคที่คนไทยป่วยเป็นเบาหวานมากกว่า 5 ล้านคน และตัวเลขยังคงพุ่งสูงขึ้นทุกปี นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรต่างหันมาให้ความสนใจกับพืชชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านทางภาคเหนือของไทยรู้จักและใช้ประโยชน์มาช้านาน นั่นคือ ผักเชียงดา หรือที่ชาวเหนือออกเสียงคุ้นหูว่า “เจียงดา”
ผักเชียงดา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gymnema inodorum จัดอยู่ในวงศ์ APOCYNACEAE เป็นไม้เถาพื้นถิ่นที่เติบโตได้ยาวถึง 10 เมตร สังเกตได้จากน้ำยางสีขาวที่ไหลออกมาทันทีเมื่อหักกิ่ง ดอกสีครีมอมเหลืองนวลบานเป็นช่อเล็กละเอียดตามซอกใบ ส่วนผลมีรูปทรงเรียวยาวคล้ายใบหอก ดูเผินๆ อาจไม่ต่างจากเถาวัลย์ทั่วไปในป่า แต่เบื้องหลังความเรียบง่ายนั้น ซ่อนคุณค่าที่นักวิทยาศาสตร์ ทั่วโลกกำลังศึกษาอย่างจริงจัง
บันทึกจากสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุชัดเจนว่า ใบผักเชียงดามีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งตรงกับที่ชาวบ้านภาคเหนือปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นอกจากนั้นยังใช้ใบสดตำพอกศีรษะบรรเทาไข้หวัดและในตำรายาพื้นบ้าน ทุกส่วนของต้นยังถูกนำมาใช้ดูแลทารกที่มีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ตลอดจนบรรเทาอาการวัณโรคอีกด้วย
ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านั้น ญาติสนิทของผักเชียงดาอย่าง Gymnema sylvestre ซึ่งเป็นพืชในสกุลเดียวกัน กำลังถูกวิจัยอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ เกี่ยวกับฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลและการกระตุ้นการทำงานของตับอ่อน สิ่งนี้ทำให้นักวิจัยไทยหลายสถาบันเริ่มหันมาศึกษาผักเชียงดาสายพันธุ์ไทยอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะเชื่อว่าอาจมีศักยภาพที่ยังไม่ถูกค้นพบอีกมาก
แม้คุณค่าจะมหาศาล แต่ผักเชียงดากลับยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังในระดับนโยบาย หลายพื้นที่ที่เคยมีผักเชียงดาขึ้นอยู่ตามธรรมชาติกำลังถูกแผ้วถางเพื่อการเกษตรและพัฒนาที่ดิน ขณะที่คนรุ่นใหม่ในชนบทรู้จักพืชชนิดนี้น้อยลงเรื่อยๆ ความเสี่ยงที่ภูมิปัญญาและพันธุกรรมของพืชชนิดนี้จะสูญหายไป ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมามอง








