นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมเปิดงานด้วย
การเปิดโครงการไทยช่วยไทย เป็นการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด โดยได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในรับผิดชอบการบริหารโครงการ ประสานผู้ผลิต กำหนดรายการและราคาสินค้าจำเป็น ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง สนับสนุนการคัดเลือกและประสานรถพุ่มพวงและร้านค้าชุมชนในพื้นที่ ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนเครือข่ายจุดจำหน่ายและจุดกระจายสินค้า เพื่อให้สินค้าราคาพิเศษเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็วและเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รถพุ่มพวงนี้จะตระเวนขับขายไปตามหมู่บ้าน ราคาต่ำกว่าราคาตลาดถึงร้อยละ 10 ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละผู้ประกอบการและสินค้า อย่างพวกเครื่องปรุง ซีอิ๊วขาว ซอสต่างๆ ที่แกะสลากออกเพื่อลดราคาค่าการตลาด แต่คุณภาพข้างในก็คือ ซอสแบรนด์ปกติ แม้กระทั่งน้ำปลาก็รสชาติและคุณภาพเชื่อถือได้ ไม่มีลดคุณภาพของส่วนผสม
นายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนประชาชนคนไทย ให้เข้าร่วมในโครงการไทยช่วยไทย ว่า นี่เป็นของถูก กว่าราคาตลาดทั่วไปอยู่แล้ว หากประชาชนเห็นการออกร้านขายสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ให้รับรู้เลยว่านี่เป็นสินค้าที่มาหาซื้อได้ในราคาที่ถูกต่ำกว่าตลาดและห้างสรรพสินค้า เพราะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ประกอบการต่างๆ ซื้อแบบไม่ต้องเกรงใจ ตามความสามารถที่มี ซึ่งเป็นสินค้าราคาที่ต่ำลงแต่คุณภาพมาตรฐานรสชาติส่วนผสมทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” มีเป้าหมายดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลในช่วงเดียวกัน อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส โดยในระยะแรกจะดำเนินการระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 30 วัน นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 14 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย มาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านช่องทางใกล้ชุมชน ทั้งรถพุ่มพวง ร้านค้าชุมชน และจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าจำเป็นได้สะดวกขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าใกล้บ้าน
โดยรัฐบาลคาดว่าโครงการนี้ จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 3 เดือน
สำหรับจุดจำหน่ายสินค้า ในเบื้องต้นจะมีรถพุ่มพวงทั่วประเทศ รวม 3,800 คัน จุดจำหน่ายผ่านไปรษณีย์จังหวัดและไปรษณีย์อำเภอ รวม 946 จุด และร้านค้าชุมชน 129 ร้าน ซึ่งจะเป็นเครือข่ายสำคัญในการนำสินค้าราคาพิเศษไปถึงมือประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงห้างค้าปลีกหรือแหล่งจำหน่ายขนาดใหญ่ได้ไม่สะดวก








