“เนระพูสีไทย” หรือมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tacca chantrieri Andre ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์ Dioscoreaceae มีความสูงของต้นประมาณ 60 เซนติเมตร เจริญเติบโตโดยมีลำต้นใต้ดินลักษณะเป็นเหง้า ส่วนใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเวียนสลับอย่างมีระเบียบ มีรูปทรงหลากหลายตั้งแต่รูปรี รูปขอบขนาน ไปจนถึงรูปใบหอก ขนาดหน้าใบกว้าง 6 ถึง 18 เซนติเมตร และมีความยาวได้ถึง 25 ถึง 60 เซนติเมตร โดยมีก้านใบยาวรองรับประมาณ 15 ถึง 30 เซนติเมตร
ความโดดเด่นที่สุดของพืชชนิดนี้อยู่ที่ส่วนดอก ซึ่งจะออกเป็นช่อแบบซี่ร่มชูก้านยาวได้ถึง 70 เซนติเมตร แต่ละช่อประกอบด้วยดอกสีดำหรือสีม่วงดำเข้มจำนวน 4 ถึง 6 ดอก และมีไฮไลต์สำคัญคือ ใบประดับของดอกย่อยที่มีลักษณะเป็นเส้นกลมยาวเรียงกัน 10 ถึง 25 เส้น แลดูคล้ายหนวดแมวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนในต่างประเทศมีการขนานนามพืชกลุ่มนี้ว่าดอกค้างคาวดำ ส่วนผลมีลักษณะเป็นผลสดมีเนื้อ ทรงขอบขนานแกมรูปสามเหลี่ยม ความยาวประมาณ 2.5 ถึง 5 เซนติเมตร
เนระพูสีไทยถือเป็นทั้งไม้ประดับในร่มที่ได้รับความนิยมจากรูปลักษณ์ที่แปลกตาและเป็นผักพื้นบ้านรสเลิศ โดยชาวบ้านนิยมนำใบอ่อนและช่อใบที่มีรสชาติขมอมหวานกลมกล่อม มารับประทานเป็นผักเคียงคู่กับเมนูลาบหรือน้ำพริก ซึ่งสามารถเลือกทานได้ทั้งแบบผักสด นำไปลวกให้สุก หรือนำไปย่างไฟเพื่อเพิ่มความหอม นอกจากนี้ในตำรับยาไทยโบราณ ส่วนเหง้าที่อยู่ใต้ดินยังถือเป็นยาสมุนไพรอเนกประสงค์ มีสรรพคุณเด่นในการช่วยรักษาและควบคุมระดับความดันโลหิต บำรุงกำลัง ช่วยปรับธาตุให้เจริญอาหาร ตลอดจนช่วยบำบัดและแก้อาการเม็ดผื่นคันตามร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม ถือเป็นพืชป่าไทยอีกหนึ่งชนิดที่มีคุณค่าทั้งทางอาหาร ทางภูมิทัศน์และทางเภสัชกรรมโบราณ








