สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชา 31 พฤษภาคม 2569 ความว่า ดิถีวิสาขบูชา คล้ายดิถีประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง จึงควรที่พุทธบริษัททั้งหลาย จักได้พร้อมเพรียงกันประกอบกุศลกิจ กระทำสักการบูชาพระรัตนตรัย ทั้งด้วยอามิสบูชา ทั้งด้วยปฏิบัติบูชา เป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยการศึกษาพระธรรม ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวก ซึ่งแปลว่าผู้สดับตรับฟังคำสั่งสอนของพระศาสดา
วิสาขบูชา เตือนใจให้ระลึกถึงพระประสูติกาลของพระโพธิสัตว์เจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาโปรดประทานมรรควิธีเพื่อความดับทุกข์แห่งสังสารวัฏ พระอาสภิวาจาของพระโพธิสัตว์ที่ทรงประกาศในวันประสูตินั้นมีความว่า “เราคือผู้เลิศของโลก เราคือผู้เจริญที่สุดของโลก เราคือผู้ประเสริฐที่สุดของโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีกต่อไป” ทั้งนี้ หากพุทธบริษัททั้งหลายได้พินิจตรึกตรองพระอาสภิวาจาอันองอาจโดยถ่องแท้ อาจสามารถน้อมนำมาเตือนใจตนเอง ให้ตระหนักถึงคุณค่าของโอกาสในชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ สามารถพัฒนาตนด้วยความขยันหมั่นเพียร ในอันที่จะสั่งสมคุณสมบัติเพื่อความสำเร็จตามเหตุปัจจัย แล้วจักสามารถนำความสำเร็จที่มั่นใจได้แล้วนั้น ไปยังประโยชน์เกื้อกูลผู้อื่นได้อย่างกว้างขวาง ตามรอยพระบาทของสมเด็จพระบรมศาสดา ผู้ทรงสั่งสมพระบารมีด้วยพระหฤทัยตั้งมั่นมาทุกชาติภพ เท่าทบยาวนานถึงสี่อสงไขยแสนกัป ประเมินนับเป็นตัวเลขคำนวณเหนือคณนา กระทั่งทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ เพื่อบันดาลประโยชน์เกื้อกูลสรรพสัตว์ ได้สมพระพุทธประสงค์
พระพุทธจริยาการดั่งนี้ ย่อมสั่งสอนเราทั้งหลายให้ไม่ย่อท้อต่อความเพียรหมั่นสั่งสมกรรมดี แม้มีโลกธรรมนานัปการมากระทบกระทั่ง หากยังดำรงศรัทธามั่นต่ออุดมการณ์อันสุจริตของตนเสมอไป สมด้วยธรรมภาษิตที่ว่า “กยิรา เจ กยิราเถนํ” แปลความว่า “ถ้าบุคคลจะพึงทำความเพียร พึงทำความเพียรนั้นจริง ๆ” จึงขอให้สาธุชนทั่วหน้า จงเพ่งมองความเป็นเลิศในโลกของพระมหาบุรุษตามที่ทรงประกาศไว้ในดิถีเพ็ญเดือนวิสาขะ เพื่อเพิ่มพูนกุศลฉันทะ ก่อแรงบันดาลใจสำหรับสร้างสรรค์ตนเอง เพื่อความเป็นเลิศด้วยบุญกุศล ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ให้ทวียิ่งขึ้นสืบไป
ขอสาธุชนจงมุ่งมั่นหมั่นเพียรศึกษาอบรมตนให้เจริญงอกงามในพระพุทธธรรม ตั้งปณิธานอุทิศชีวิตบูชาพระรัตนตรัยด้วยการบริจาคทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา อย่าได้ย่อหย่อนหรือท้อแท้ต่ออุปสรรคและปัญหา อันนับเป็น “ปฏิบัติบูชา” ที่พึงกระทำในฐานะพุทธบริษัท เพื่อความสถาพรแห่งพระบวรพุทธศาสนา ตราบจิรัฏฐิติกาล เทอญ.”








