รัฐบาลเตือนประชาชนและร้านค้า ห้ามนำสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” แลกเป็นเงินสด ชี้ผิดกฎหมายฐานฉ้อโกง

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอเตือนร้านค้าและประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ห้ามนำสิทธิของโครงการไปแลกเป็นเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการและเข้าข่ายผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ การนำสิทธิจากโครงการไปแลกเงินสด ถือเป็นความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งเป็นการเจตนาหลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รัฐบาลได้สั่งการให้มีการติดตามตรวจสอบโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างใกล้ชิด หากพบว่าร้านค้าใดกระทำผิดจริง จะมีการระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าดังกล่าว พร้อมทั้งตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการของรัฐในอนาคต รวมถึงต้องชดใช้เงินคืนแก่ภาครัฐด้วย

นอกจากนี้ ผู้ที่โพสต์ข้อความเชิญชวนแลกสิทธิเป็นเงินสดผ่านช่องทางออนไลน์ จะถูกส่งข้อมูลให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

รัฐบาลยังเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแส หากพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริตในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” สามารถแจ้งได้ที่ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สายด่วน 1569 กระทรวงการคลัง โทรศัพท์ 0 2273 9020 ต่อ 3697, 3527, 3548 และ 3509 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 02-111-1144 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1559 ตลอด 24 ชั่วโมง

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาพลังงาน โดยมุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพ ลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงช่วยประคับประคองเศรษฐกิจฐานรากและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศผ่านร้านค้ารายย่อย โดยภาครัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายสูงสุด 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่ายอีก 40%

พร้อมกันนี้ รัฐบาลย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการชักชวนแลกสิทธิเป็นเงินสด เนื่องจากอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายฐานฉ้อโกง และส่งผลกระทบต่อสิทธิของตนเองในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง