นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แล้วนั้น ในส่วนของงบประมาณบูรณาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รัฐบาลมีแนวทางปรับการใช้งบให้มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่วัดผลได้มากขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและระบบข้อมูลมาใช้ปิดช่องว่างการทุจริตในกระบวนการทำงานของภาครัฐ
แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการยกระดับระบบราชการให้ทันสมัย โปร่งใส และตอบโจทย์ประชาชน โดยเชื่อว่าการแก้ปัญหาทุจริตต้องเริ่มจากการปรับระบบงาน ไม่ใช่เพียงรณรงค์หรือสร้างการรับรู้เท่านั้น
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการขับเคลื่อนงานด้านการต่อต้านการทุจริต เห็นว่า ในอดีตงบประมาณส่วนหนึ่งถูกใช้กับกิจกรรมอบรมและสร้างจิตสำนึกจำนวนมาก แต่คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของไทยยังไม่ปรับตัวดีขึ้นอย่างที่ควร จึงถึงเวลาทบทวนการใช้งบประมาณให้มุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบงานอย่างแท้จริง ภายใต้แนวทางใหม่ งบประมาณบูรณาการด้านการปราปปรามการทุจริต ประมาณ70% ได้ถูกจัดสรรไปกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน มากกว่าการจัดอบรมซ้ำในรูปแบบเดิม เพื่อเป้าหมายทำข้อมูลอยู่ในระบบ ตรวจสอบได้ วิเคราะห์ต่อได้ และลดพื้นที่ที่เอื้อต่อการทุจริต
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับนโยบาย Open Data หรือการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบที่นำไปใช้และวิเคราะห์ต่อได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเมื่อข้อมูลของภาครัฐเชื่อมโยงและเปิดเผยมากขึ้น หน่วยงานตรวจสอบ เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จะสามารถตรวจจับความผิดปกติและดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เริ่มใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความโปร่งใสแล้ว เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่พัฒนาระบบจดทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลผ่านระบบดิจิทัล และกรมบัญชีกลางที่เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ สามารถติดตามตรวจสอบได้
นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ปัญหาทุจริตอย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นการปรับระบบงานให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดช่องว่างการทุจริต เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณแผ่นดินเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
นางสาวรัชดา กล่าว “เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต แต่คือการทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ยาก ตรวจสอบได้เร็ว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนว่าเงินภาษีของประเทศถูกใช้ด้วยความโปร่งใสและคุ้มค่า”








