“สุชาติ” สั่งการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเร่งตรวจสอบกรณีน้ำทะเลสีดำคล้ำและมีกลิ่นผิดปกติ เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากตะกอนก้นทะเลถูกกวน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงกรณีน้ำทะเลมีสีดำคล้ำและมีกลิ่นผิดปกติบริเวณปากคลองซากหมาก–อ่าวประดู่ จังหวัดระยอง ว่า ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สาเหตุมีแนวโน้มเกิดจากสภาพคลื่นลมในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้ตะกอนดินเลนบริเวณก้นทะเลถูกกวนฟุ้งขึ้นสู่ผิวน้ำ ทำให้น้ำทะเลมีสีคล้ำ และเกิดกลิ่นจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ที่สะสมอยู่ภายในตะกอน

ข้อมูลทางสมุทรศาสตร์ระบุว่า พื้นที่ปากคลองซากหมาก–อ่าวประดู่มีลักษณะเป็นอ่าวกึ่งปิด ทำให้การหมุนเวียนและการถ่ายเทมวลน้ำเป็นไปได้ค่อนข้างจำกัด อีกทั้งยังเป็นพื้นที่รองรับน้ำไหลบ่าจากแผ่นดินผ่านคลองตากวนและคลองซากหมาก ซึ่งนำพาตะกอนแขวนลอยและอินทรียวัตถุจากกิจกรรมชุมชนและภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่พื้นที่มาเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดการสะสมของตะกอนเนื้อละเอียดและสารอินทรีย์บริเวณก้นอ่าว

เมื่อเกิดสภาวะออกซิเจนต่ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตะกอนดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นดินเลนสีดำ และอาจเกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S) ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นคล้ายไข่เน่า เมื่อคลื่นลมแรงขึ้น ตะกอนจึงถูกกวนขึ้นมาปะปนในมวลน้ำ ทำให้ปรากฏเป็นน้ำทะเลสีดำคล้ำในระยะสั้น

สำหรับผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล เบื้องต้นคาดว่าสัตว์หน้าดินและสัตว์น้ำชายฝั่งที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นทะเล เช่น หอยสองฝา ปู ไส้เดือนทะเล และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังหน้าดินอื่น ๆ อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากตะกอนที่ฟุ้งกระจายสามารถปกคลุมพื้นที่อยู่อาศัย อุดตันระบบกรองอาหาร และส่งผลต่อการหายใจของสัตว์น้ำ

นอกจากนี้ สารอินทรีย์ที่ถูกกวนขึ้นมาจากก้นทะเลอาจกระตุ้นกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพ ทำให้มีการใช้ออกซิเจนในน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าออกซิเจนละลายน้ำลดต่ำลงในบางช่วงเวลา ซึ่งอาจกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะชนิดที่เคลื่อนที่ได้ช้า

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ แนวปะการังบริเวณเกาะสะเก็ด ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 2.6 กิโลเมตร และแหล่งหญ้าทะเลบริเวณหาดพลา ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 17.5 กิโลเมตร โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดมาตรการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล ระบบนิเวศ และประชาชนที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง