นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพื่อตรวจสอบรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินรวม 3.78 ล้านล้านบาท
รัฐบาลเผยความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 และการโอนงบประมาณปี 2569
1. ความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินงบประมาณจำนวน 3,788,000 ล้านบาท และเห็นชอบข้อเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งสำนักงบประมาณได้ดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว โดยจะนำร่างพระราชบัญญัติฯ เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ก่อนนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
2. การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สำนักงบประมาณได้นำเกณฑ์ต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบไปดำเนินการให้หน่วยงานต่างๆ โอนงบประมาณที่ยังไม่ได้ใช้ในปีงบประมาณ 2569 กลับมาเพื่อให้รัฐบาลบริหารจัดการรองรับสถานการณ์วิกฤติที่อาจเกิดขึ้น โดยสำนักงบประมาณได้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบผลการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่นำมาจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. จำนวน 10,300 ล้านบาทเศษ หลังจากนี้ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ เป็นเวลา 3 วัน ก่อนเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในวันจันทร์ และบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ จะส่งร่างพระราชบัญญัติฯ ไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีกำหนดพิจารณาในวันที่ 25 มิถุนายน 2569
นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายการโอนงบประมาณไว้ค่อนข้างสูง โดยมีแนวทางที่จะโอนงบประมาณภายหลังเกิดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่อมีการแจ้งแนวทางดังกล่าวไปยังหน่วยงานต่างๆ กลับถือเป็นผลดีที่ทำให้การเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 3 ส่งผลให้วงเงินงบประมาณจากเดิมที่มีอยู่เกือบ 100,000 ล้านบาท เหลืออยู่ที่ประมาณ 10,300 ล้านบาทในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลมีงบกลางฯ คงเหลืออยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ขณะที่ยังมีภารกิจที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณอีกหลายส่วน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โครงการพืชสวนโลก รวมถึงคำของบประมาณจากส่วนราชการต่างๆ ที่ได้เสนอเข้ามาและอยู่ระหว่างการพิจารณา ดังนั้น วงเงินโอนงบประมาณฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 10,300 ล้านบาทที่ได้รับคืนมานั้น จะถูกโอนกลับเข้าสู่งบกลางฯ เพื่อนำไปพิจารณาจัดสรรตามความจำเป็นของคำของบกลางที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้เสนอเข้ามา โดยพิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วนและข้อกำหนดตามกฎหมายเป็นสำคัญ ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังจำเป็นต้องกันวงเงินส่วนหนึ่งไว้รองรับกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ (เดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน) เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ไปแล้วส่วนหนึ่ง ทั้งการออกพระราชกำหนดเงินกู้ฯ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือ เช่น โครงการไทยช่วยไทย และการเพิ่มวงเงินให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่างไรก็ตาม หากมีหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้งบกลางฯ เพิ่มเติมจากผลกระทบของสถานการณ์ดังกล่าว สามารถเสนอขอใช้งบกลางได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น การชดเชยค่าขนส่งให้แก่ผู้ประกอบการขนส่งรายย่อยของกระทรวงคมนาคมตามมาตรการที่ประกาศเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยวงเงินจำนวน 10,300 ล้านบาทที่โอนกลับเข้าสู่งบกลางฯ จะสามารถนำไปใช้รองรับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางได้เช่นเดียวกัน








