นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานและร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการ Thailand FastPass ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเร่งรัดการลงทุนและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ปัจจุบันความรวดเร็วในการดำเนินงานถือเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันด้านการลงทุนระหว่างประเทศ แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพทั้งด้านตลาด แรงงาน และโครงสร้างพื้นฐาน แต่ขั้นตอนการอนุมัติที่ล่าช้าและความซับซ้อนทางราชการอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจของนักลงทุน
รัฐบาลจึงเดินหน้าผลักดัน Thailand FastPass เพื่อยกระดับระบบการอนุมัติและบริการภาครัฐ โดยมุ่งลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มความรวดเร็ว และพัฒนาไปสู่ระบบ One Stop Service ที่เชื่อมโยงการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน
รัฐบาลจะเปลี่ยนบทบาทจากผู้กำกับดูแลมาเป็นผู้สนับสนุนการลงทุน ภายใต้หลักการที่ทุกโครงการต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมให้ความด้อยประสิทธิภาพของระบบราชการเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
พร้อมกันนี้ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังคงมีความพร้อมและศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค โดยรัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคม โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรียังยืนยันถึงความมั่นคงของประเทศ ทั้งด้านพลังงาน น้ำมัน ก๊าซ และปัจจัยการผลิต โดยระบุว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการดูแลเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสนับสนุนภาคการผลิตและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งเป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูงในระยะเวลา 12 ปี จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 20 ปี ผ่านการสร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในทุกมิติ








