นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบรถไฟโดยสารต้นแบบ “รถไฟไทยทำ” โดยมีนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงอว. และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร (สจล.) ลาดกระบัง เข้าร่วม ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
นายยศชนัน กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือที่เปลี่ยนงานวิจัยสู่การนำใช้ประโยชน์ ที่ต่อยอดงานวิจัยพื้นฐานด้านระบบรางไปสู่การใช้งานจริงเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม จุดเด่นสำคัญคือ การใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศมากกว่าร้อยละ 40 ซึ่งช่วยลดต้นทุนการนำเข้าจากต่างประเทศได้ถึงร้อยละ 30
ด้านนวัตกรรม ตู้รถไฟไทยทำ มีการใช้เทคโนโลยี IOT ในการควบคุมระบบน้ำและระบบเบรกที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทย อีกทั้งยังมีการออกแบบระบบหมุนเวียนอากาศ และการจัดการวัสดุเพื่อลดการสั่นสะเทือน ที่จะทำให้ผู้โดยสารเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งที่ผ่านมา “ตู้รถไฟไทยทำ” ผ่านการทดสอบวิ่งร่วมกับการรถไฟฯ มาแล้วกว่า 10,000 กิโลเมตร เพื่อรับรองมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล
เบื้องต้น ทราบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ประเมินความต้องการตู้รถไฟรวมกว่า 2,000 ตู้ ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยีเพื่อให้ไทยสามารถเชื่อมโยงระบบขนส่งกับภูมิภาคอาเซียนได้อย่างเท่าเทียมอีกด้วย ทั้งนี้กระทรวง อว. และ สจล. ยังได้ตั้งเป้าในการที่จะพัฒนาการผลิตรถไฟพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งไทยที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของประเทศอย่างยั่งยืนอีกด้วย
ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาระบบขนส่งทางราง ที่ทันสมัยและพึ่งพาตนเองได้ เป็นเรื่องที่การรถไฟแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญ และพร้อมให้การสนับสนุน โดยจะนำตู้รถไฟต้นแบบไปต่อยอดในการใช้งานโดยเฉพาะการให้บริการในเส้นทางท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรูปแบบการให้บริการที่มีมูลค่าสูงตอบโจทย์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศและจะร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในการทดสอบประเมินผลให้โครงการรถไฟไทยทำ มีความพร้อมให้บริการประชาชนด้วยความปลอดภัยและมีคุณภาพ
โอกาสนี้ นายยศชนัน และคณะฯ ยังได้ร่วมทดลองโดยสารรถไฟด้วย“ตู้รถไฟไทยทำ“ จากสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) ไปยังที่หยุดรถพระจอมเกล้า เพื่อเยี่ยมชมงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 ต่อไป








