กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกระดับมาตรการควบคุมคุณภาพทุเรียนภาคใต้ส่งออก ด้วย “มาตรการกรอง 4 ชั้น PLUS” เพื่อป้องกันปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ซึ่งเป็นศัตรูพืชกักกันที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า พร้อมรักษาคุณภาพทุเรียนไทยและผลักดันเป้าหมายการส่งออกมากกว่า 150,000 ล้านบาทในปี 2569
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพและมาตรฐานทุเรียนไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ประเทศปีละกว่า 1.5 แสนล้านบาท การป้องกันศัตรูพืชกักกันและการควบคุมคุณภาพจึงมีความสำคัญต่อการรักษาตลาดส่งออกและรายได้ของเกษตรกร
ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า มาตรการใหม่มุ่งบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยง โดยแบ่งพื้นที่เป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียว พร้อมเฝ้าระวังศัตรูพืชเชิงรุก ใช้กับดักแสงไฟในพื้นที่เสี่ยง และกำหนดขั้นตอนการกักรอและคัดกรองผลผลิตอย่างชัดเจนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
เกษตรกรต้องสำรวจสวนก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 7 วัน และกักรอผลผลิตหลังตัดไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ขณะที่โรงคัดบรรจุต้องกักรอและคัดกรองเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง รวมระยะเวลากักรอและคัดกรองไม่น้อยกว่า 96 ชั่วโมง ก่อนเข้าสู่การตรวจรับรองและออกใบรับรองสุขอนามัยพืช เพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบหนอนเจาะเมล็ดก่อนส่งออก
หากประเทศปลายทางแจ้งพบหนอนเจาะเมล็ดหรือความผิดปกติ กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการสอบสวนย้อนกลับภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมระงับการรับรองสวน โรงคัดบรรจุ หรือล็อตสินค้าที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว และเพิ่มระดับการเฝ้าระวังในฤดูกาลถัดไป
ข้อมูลล่าสุด ไทยส่งออกทุเรียนไปประเทศจีนแล้ว 50,783 ชิปเมนต์ ปริมาณ 824,831.70 ตัน มูลค่า 94,729.41 ล้านบาท โดยทุเรียนจากภาคใต้มีการส่งออก 8,699 ชิปเมนต์ ปริมาณ 141,753.96 ตัน มูลค่า 15,863.29 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการส่งออกทุเรียนไทยให้บรรลุเป้าหมายในปีนี้








