สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทางการบิน โดยออกประกาศมาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ทันที เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมการบินไทยในระดับสากล
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังมีกรณีลูกเรือสายการบินถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมการบินไทย โดย กพท. ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อกำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก
สาระสำคัญของประกาศกำหนด 5 มาตรการหลัก ได้แก่ การให้สายการบินทุกแห่งจัดทำระบบควบคุมสัมภาระลูกเรือ (Crew Baggage Control) อย่างเข้มงวด จำกัดขนาด ประเภท และน้ำหนักสัมภาระ การห้ามลูกเรือรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของของบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นภารกิจที่สายการบินมอบหมาย การจัดระบบบริหารความเสี่ยงด้วยการสุ่มตรวจ การอบรมลูกเรือ และเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแส การบรรจุมาตรการดังกล่าวไว้ในระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของสายการบิน และการกำหนดบทลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาด รวมถึงดำเนินคดีอาญาหากเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย
มาตรการดังกล่าวใช้หลักการสุ่มตรวจตามระดับความเสี่ยง จึงไม่กระทบต่อการปฏิบัติงานของลูกเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต พร้อมระบุว่า หากสายการบินใดละเลยการดำเนินมาตรการ กพท. สามารถออกข้อบกพร่อง (Finding) และใช้อำนาจตามกฎหมายพิจารณาทบทวนใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศได้
ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยการยกระดับมาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องภาพลักษณ์บุคลากรการบินไทย รักษาความเชื่อมั่นของประชาคมการบินโลก และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค








