นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุม APEC Business Advisory Council (ABAC) ครั้งที่ 3/2569 ณ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ ระหว่างวันที่ 6 – 9 กรกฎาคม 2569 จัดโดยสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคประเทศไทย หรือ ABAC Thailand ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับ Mr. Li Fanrong ประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค 2026 หรือ ABAC Chair 2026 ซึ่งในปีนี้สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพและประธานร่วม Mr. Kyuho Lee และ Dr. Ho Sy Hung ABAC Co-Chair 2026 พร้อมด้วยผู้แทนจาก กกร. ผู้แทน ABAC Thailand และผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชนไทย พร้อมระบุว่า ทุกครั้งที่สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคประชุม จะมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่มีคุณค่าและได้รับการนำไปต่อยอดเป็นนโยบายระดับภูมิภาคอยู่เสมอ จึงทำให้ ABAC เป็นกลไกสำคัญของ APEC ที่สะท้อนข้อเท็จจริงจากการดำเนินธุรกิจมาสู่กระบวนการกำหนดนโยบายของภาครัฐได้อย่างแท้จริง ซึ่งภาคธุรกิจคือผู้ที่เข้าใจว่ามาตรการใดสามารถนำไปใช้ได้จริง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เชิญผู้บริหารระดับสูงและผู้นำภาคธุรกิจเข้าหารือที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามถึงสิ่งที่เป็นอุปสรรคที่ทำให้การลงทุน การขยายธุรกิจ หรือการสร้างงานทำได้ยากขึ้น ซึ่งหลายครั้งคำตอบไม่ใช่มาตรการส่งเสริมเพิ่มเติม แต่เป็นการลดขั้นตอนและอุปสรรคที่ไม่จำเป็น สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของภาคธุรกิจ ความท้าทายเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว และภาคธุรกิจไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพ
หากไม่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือการทำให้ไทยเป็นจุดหมายของการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยได้ผลักดันโครงการ Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และทำให้โครงการลงทุนที่มีคุณภาพสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว โปร่งใส และคาดการณ์ได้มากขึ้น
ส่วนในระดับภูมิภาค ความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานต้องอาศัยความไว้วางใจ กฎระเบียบที่ชัดเจน โปร่งใส ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และความร่วมมือของเขตเศรษฐกิจต่างๆ ในการรักษาตลาดให้เปิดกว้าง แม้ในช่วงเวลาที่เผชิญความท้าทาย จึงควรร่วมกันเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคให้มีความเชื่อมโยง หลากหลาย และมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงสนับสนุนการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีคุณภาพ เนื่องจากการลงทุนระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่น ซึ่งเกิดจากกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน การแข่งขันที่เป็นธรรม และการเข้าถึงตลาดที่สะดวกยิ่งขึ้น โดย FTA ไม่ใช่เพียงเอกสารทางกฎหมาย แต่เป็นกลไกที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจในการตัดสินใจว่าจะลงทุน ผลิต หรือขยายกิจการในพื้นที่ใด โดยจุดแข็งของ APEC คือการเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐเข้ากับประสบการณ์จริงของภาคธุรกิจ ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา พร้อมย้ำว่า เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจมีคุณค่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจาก ABAC และผลักดันให้ข้อเสนอเหล่านั้นนำไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน การขยายตัวของการค้า และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
นายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคประเทศไทย หรือ ABAC Chair Thailand กล่าวว่า การประชุม ABAC ครั้งที่ 3 ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของปี เนื่องจากเป็นเวทีในการรวบรวมและสรุปประเด็นสำคัญก่อนเข้าสู่การประชุมครั้งสุดท้ายของปี ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพและประธาน ABAC 2026 โดยปกติ การประชุม ABAC จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกไตรมาสในแต่ละปี เพื่อให้ผู้แทนภาคธุรกิจจาก 21 เขตเศรษฐกิจเอเปคได้หารือ แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค การที่นายกรัฐมนตรีมากล่าวเปิดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความสำคัญของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการสนับสนุนบทบาทภาคเอกชนบนเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ตลอดจนแสดงศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของภูมิภาคอาเซียนต่อสายตาผู้นำภาคธุรกิจจากทั่วโลก
ตลอดระยะเวลา 3 วันของการประชุม ผู้นำภาคธุรกิจจากเขตเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงภาคเอกชนไทย จะร่วมกันพิจารณาและผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายในประเด็นสำคัญ อาทิ การค้า การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ตลอดจนการสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน เพื่อกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ เสนอแนวทางความร่วมมือ และสะท้อนมุมมองของภาคธุรกิจต่อทิศทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ก่อนนำผลลัพธ์ไปพัฒนาเป็น ABAC Report to APEC Economic Leaders เพื่อเสนอต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงปลายปีนี้ ดังนั้น การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ABAC ครั้งที่ 3 จึงไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นต่อบทบาทของไทยในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงภาคเอกชนไทยเข้ากับเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาค ผลักดันข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย และร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจของเอเปค








