ผู้แทนการค้าไทยหารือผู้บริหารสหภาพยุโรปและภาคเอกชนในกรุงบรัสเซลส์ เร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย–EU พร้อมขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และความยั่งยืน

นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการเยือนกรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ระหว่างวันที่ 24–27 มิถุนายน 2569 ว่า ได้หารือกับผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป (EU) สมาชิกสภายุโรป และผู้แทนภาคเอกชนยุโรป เพื่อผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA ไทย–EU) พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างพันธมิตรทางการค้าและเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปอย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของการค้าโลก

การหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นายมารอส เซฟโควิช และกรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและอาหาร นายคริสตอฟ ฮันเซน รวมถึงการหารือกับที่ปรึกษาด้านการค้าของประธานคณะกรรมาธิการยุโรป พบว่าทั้งรัฐบาลไทยและสหภาพยุโรปมีความเห็นร่วมกันที่จะเร่งผลักดันการสรุปผลการเจรจา FTA ไทย–EU โดยเร็วที่สุด พร้อมสนับสนุนการหาข้อสรุปในประเด็นสำคัญที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา ได้แก่ สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การจัดซื้อจัดจ้าง พลังงานและวัตถุดิบ การค้าดิจิทัล และกฎระเบียบด้านทรัพย์สินทางปัญญา

ผู้แทนการค้าไทยยังได้ผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับนโยบาย EU Global Gateway อาทิ การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน การบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) รวมถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยและยุโรป เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้หารือกับสมาชิกสภายุโรปและผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของไทยต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการค้า อาทิ กฎระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รวมถึงมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน ตลอดจนการป้องกันการสวมสิทธิ์ทางการค้า และการดึงดูดการลงทุนผ่านร่างกฎหมาย EU Industrial Accelerator Act

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ยังได้พบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนและองค์กรธุรกิจของยุโรป เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเจรจา FTA การปรับปรุงกฎระเบียบ และแนวโน้มการลงทุนในอนาคต โดยภาคเอกชนยุโรปแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าระหว่างยุโรปและอาเซียน พร้อมสนับสนุนให้การเจรจา FTA ไทย–EU บรรลุผลโดยเร็ว

ทั้งนี้ ผู้แทนการค้าไทยระบุว่า การเยือนกรุงบรัสเซลส์ครั้งนี้ช่วยผลักดันการเจรจา FTA ไทย–EU ให้มีความคืบหน้า พร้อมเปิดโอกาสให้ไทยได้รับการสนับสนุนในการยกระดับมาตรฐานด้านการค้าและความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายการค้า และดึงดูดการลงทุนของประเทศในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง