รัฐบาลเดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน กำลังผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ พร้อมปรับหลักเกณฑ์คัดเลือกให้เป็นธรรม และส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้เอง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบให้เดินหน้าโครงการ โซลาร์ฟาร์มชุมชน ในรูปแบบโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ โดยกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้ารวม 1,500 เมกะวัตต์

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการในอัตรา Feed-in Tariff (FiT) 2.1679 บาทต่อหน่วย ภายใต้สัญญาแบบ Non-Firm ระยะเวลา 25 ปี พร้อมกำหนดหลักการ 1 ตำบล 1 โครงการ เพื่อกระจายโอกาสและผลประโยชน์ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ ยังมีการปรับหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้พัฒนาโครงการ จากเดิมใช้ระบบ “ยื่นก่อนได้สิทธิก่อน” มาเป็นการพิจารณาด้วยระบบ Competitive Scoring หรือการให้คะแนนตามคุณภาพของโครงการ พร้อมกำหนดให้ผู้พัฒนาแต่ละรายได้รับการคัดเลือกได้ไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ เพื่อป้องกันการกระจุกตัวของโครงการ

โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ปลายสาย ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และช่วยลดต้นทุนของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายในระยะยาว

ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อยู่ระหว่างเตรียมเปิด ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ รวมถึงเตรียมมาตรการสนับสนุน เช่น สินเชื่อและส่วนลดเงินดาวน์สำหรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภาคครัวเรือน

สำหรับประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์และผลิตไฟฟ้าได้เกินความต้องการ มาตรการ รับซื้อไฟฟ้าคืนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยรายได้จากการขายไฟจะถูกนำไปหักลดค่าไฟฟ้าในรอบบิลถัดไปทันที พร้อมทั้งขยายโควตารับซื้อไฟฟ้ารวมจากเดิม 90 เมกะวัตต์ เป็น 500 เมกะวัตต์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการได้มากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง