คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น มีมติส่งรายชื่อผู้สอบที่พบความผิดปกติ ให้ ก.กลาง พิจารณาเพิกถอนการบรรจุในการประชุมวันที่ 23 กรกฎาคมนี้

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายชื่อผู้เข้าสอบที่พบความผิดปกติของคะแนนสอบ รวมทั้งสิ้น 5,814 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่มีคะแนนถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ จำนวนกว่า 3,000 ราย
กลุ่มที่มีคะแนนดีอยู่แล้ว แต่ถูกปรับเพิ่มขึ้นอีก จำนวนกว่า 1,000 ราย
กลุ่มที่มีคะแนนแตกต่างเพียง 1 คะแนน และกลุ่มที่เอกสารคำตอบไม่ชัดเจน ประมาณ 400 ราย

รายชื่อทั้งหมดจะถูกเสนอให้ คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) พิจารณาเพิกถอนการบรรจุในการประชุมวันที่ 23 กรกฎาคม โดยผลการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับมติของ ก.กลาง

ก.กลาง จะประชุมร่วมกันทั้ง 3 องค์กร ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล เนื่องจากผู้ได้รับการบรรจุกระจายอยู่ในทุกประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหากมีการเพิกถอนตำแหน่ง ผู้สอบได้ในบัญชีสำรองจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขึ้นมาทดแทนตามลำดับ

ขณะเดียวกัน กระดาษคำตอบทั้งหมดกว่า 800,000 แผ่น อยู่ในความดูแลของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งจะดำเนินการตรวจนับคะแนนใหม่ทั้งหมด หากพบความผิดปกติเพิ่มเติม ก็จะดำเนินการตามข้อเท็จจริงต่อไป โดยผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุอาจต้องคืนเงินเดือนหรือเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับไปแล้ว ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการตรวจสอบผู้ที่ได้รับการบรรจุในปี 2568 ซึ่งมีประมาณ 50,000 คน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงขยายผลการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง หากพบความเชื่อมโยงไปถึงบุคคลหรือหน่วยงานใด จะมีการแจ้งดำเนินการตามกฎหมาย

ด้านนายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า จะเสนอข้อมูลเข้าสู่คณะไต่สวนของ ป.ป.ช. เพื่อเร่งดำเนินการสอบสวน พร้อมประสานกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบกระดาษคำตอบที่พบความผิดปกติเป็นลำดับแรก เนื่องจากบางส่วนได้รับการบรรจุเข้ารับราชการแล้ว

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังเสนอแนะให้ชะลอการเรียกบรรจุข้าราชการท้องถิ่นในล็อตถัดไปไว้ก่อน จนกว่าการสอบสวนจะมีความชัดเจน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิตามกระบวนการทางศาลเพื่อขอความคุ้มครองได้ หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง