กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สั่งเช็ก “สเตทเมนท์” สกัดนอมินี เริ่ม 1 ส.ค. 69

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลทะเบียนธุรกิจ ผู้ถือหุ้น งบการเงิน และข้อมูลจากสำนักงานบัญชี พบว่าปัจจุบันมีบริษัทที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบเกือบ 120,000 ราย ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นระหว่าง 0.01% – 49.99% โดยหน่วยงานได้โฟกัสไปที่กลุ่มที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นใกล้เพดาน 40% – 49.99% ใน 16 จังหวัดเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วย 1.ชลบุรี 2.สุราษฏร์ธานี 3.ภูเก็ต 4.กระบี่ 5.พังงา 6.ประจวบคีรีขันธ์ 7.เชียงใหม่ 8.เชียงราย 9.แม่ฮ่องสอน 10.ระยอง 11.กรุงเทพมหานคร 12.สมุทรปราการ 13.สมุทรสาคร 14.นครปฐม 15.นนทบุรี 16.ปทุมธานี

โดย 10 จังหวัดแรกพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงมาก 18,720 ราย และเสี่ยงสูง 14,118 ราย ส่วนอีก 6 จังหวัดกรุงเทพ และปริมณฑล พบกลุ่มเสี่ยงสูงมาก 7,579 ราย และเสี่ยงสูง 1,752 ราย 

ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการตั้งบริษัทใหม่กว่า 18,246 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีกลุ่มเสี่ยงถึง 3,270 ราย ที่อาจมีการสนับสนุนให้นอมินีเข้ามาถือหุ้น โดยชาวต่างชาติที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มเสี่ยงประกอบด้วยหลายสัญชาติ เช่น จีน , อังกฤษ, อินเดีย, ฝรั่งเศส, สิงคโปร์, รัสเซีย, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงกฎหมายที่แยบยลขึ้น เช่น การจดทะเบียนเป็นบริษัทไทย 100% ในตอนแรกเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบตามคำสั่งเดิมที่เน้นตรวจบริษัทต่างชาติ จากนั้นจึงทยอยเปลี่ยนตัวกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติในภายหลัง 

อย่างไรก็ตามเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กรมฯ จะมีการออกคำสั่งใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยมีสาระสำคัญคือ
1. เรียกดู Statement จากธนาคาร ทั้งในส่วนของคนไทยที่ร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติ และกรรมการบริษัทที่มีหน้าที่รับเงินลงทุน 
2. ตรวจสอบความสอดคล้อง เพื่อพิสูจน์ว่ามีการนำเงินมาลงทุนจริงในสัดส่วนที่เหมาะสมและช่วงเวลาที่ถูกต้องหรือไม่ หากข้อมูลไม่สอดคล้องกัน นายทะเบียนจะปฏิเสธการจดทะเบียนทันที 
3. คุมเข้มการเปลี่ยนโครงสร้าง คำสั่งนี้จะครอบคลุมถึงบริษัทที่เคยเป็นไทย 100% แล้วเปลี่ยนมาเป็นบริษัทต่างชาติในภายหลังด้วย  นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเตือนไปยังผู้ประกอบวิชาชีพ ทั้งนักบัญชีที่มีกว่า 80,000 ราย และทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายอีกกว่า 90,000 ราย ให้หยุดพฤติกรรมการสนับสนุนหรือชี้ช่องทางการจดทะเบียนนอมินี เนื่องจากเอกสารทางกฎหมายเป็นภาษาไทย ชาวต่างชาติไม่สามารถดำเนินการเองได้หากไม่มีคนไทยให้ความช่วยเหลือ โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งกรมสรรพากร กรมที่ดิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ DSI กำลังบูรณาการข้อมูลร่วมกันเพื่อดำเนินคดีอย่างจริงจัง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง