“พัฒนา” คิกออฟ “อาสาพยาบาลชุมชน” เสริมทีมระบบสุขภาพปฐมภูมิดูแลสุขภาพประชาชนถึงครัวเรือน รับสมัครถึง 31 ก.ค. 69

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 กำหนดโครงการพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้าน เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิงในชุมชน เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวสามารถประกอบอาชีพได้ และกระทรวงสาธารณสุข จึงได้กำหนดนโยบาย “อาสาพยาบาลชุมชน” (อสพ.) เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ และการดูแลสุขภาพประชาชนเชิงรุกในระดับพื้นที่

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานขับเคลื่อนนโยบาย “อาสาพยาบาลชุมชน” (อสพ.) โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เข้าร่วมงาน

นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ผลักดันนโยบาย อสพ. เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของประชาชนให้เข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึงและต่อเนื่องยิ่งขึ้น เนื่องจากความต้องการการดูแลสุขภาพของประชาชนมีความซับซ้อนมากขึ้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพราะเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดีต้องเริ่มต้นจากชุมชนที่เข้มแข็ง หากประชาชนได้รับการดูแลตั้งแต่ระดับครัวเรือน ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง และสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดภาระของโรงพยาบาล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

เน้นย้ำว่า อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ไม่ได้มาทดแทนบุคลากรวิชาชีพ แต่มาเสริมพลังให้กับระบบบริการสุขภาพ เติมเต็มการทำงานให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงการปฏิบัติงานระหว่างอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หน่วยบริการสุขภาพ และทีมสหวิชาชีพ ภายใต้การกำกับดูแลของบุคลากรวิชาชีพอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นและความอบอุ่นให้กับประชาชน ว่าเมื่อเจ็บป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพ ยังมีคนใกล้บ้านที่พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และประสานการดูแลอย่างทันท่วงที ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนทุกคนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรมตามเป้าหมายการยกระดับสุขภาพที่มั่นคงของประเทศ

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพที่สำคัญหลายประการ ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การเพิ่มขึ้นของโรค NCDs (Non-Communicable Diseases โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตและผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด ซึ่งต้องมีการติดตามดูแลต่อเนื่องในชุมชน ขณะที่บุคลากรในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยเฉพาะพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุขจึงพัฒนา อสพ. เพื่อเสริมกำลังคนด้านสุขภาพในระดับชุมชนและสนับสนุนระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ช่วยเติมเต็มการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพ ติดตามผู้ป่วยรายบุคคล เฝ้าระวังสัญญาณอันตราย ประสานส่งต่อ และบันทึกข้อมูลสุขภาพ ภายใต้การกำกับดูแลของบุคลากรวิชาชีพและหน่วยบริการสุขภาพ ในประชาชน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง 2. ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 3. แม่และเด็ก และ 4. ผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด โดยระยะแรกจะคัดเลือกบุคคลเข้ารับการอบรม 7,256 คน ใน 76 จังหวัด จัดสรรตำบลละ 1 คน ผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่เหมาะสมกับคุณวุฒิและประสบการณ์ ผ่านการประเมินความรู้ ทักษะ จริยธรรม ความรับผิดชอบ และความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ก่อนปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้การดำเนินงานมีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้สมัคร อสพ. ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี และมีอายุไม่เกินเกณฑ์ตามกลุ่มคุณวุฒิ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มีชื่อในทะเบียนบ้านหรืออาศัยอยู่จริงในพื้นที่สมัคร หรือเป็นบุคคลที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือประธานชุมชนรับรองว่าเป็นคนในพื้นที่ สามารถปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่กำหนดระยะเวลาอยู่อาศัยขั้นต่ำ รวมถึงผ่านการตรวจเลือกทหารกองเกินหรือพ้นภาระทางทหารแล้ว แบ่งคุณวุฒิเป็น 3 ส่วน คือ

1. ปริญญาตรีทั่วไป อายุไม่เกิน 60 ปี เข้ารับการอบรม 240 ชั่วโมง

2. ปริญญาตรีด้านสุขภาพ อายุไม่เกิน 65 ปี เข้ารับการอบรม 120 ชั่วโมง ได้แก่ แพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และเภสัชศาสตร์ สหเวชศาสตร์และการฟื้นฟูสุขภาพ การแพทย์ฉุกเฉิน การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่มีกฎหมายกำกับ กลุ่มสาธารณสุขและสุขภาพชุมชน กลุ่มโภชนาการ การออกกำลังกาย และเวชศาสตร์การกีฬา กลุ่มสุขภาพจิตและพฤติกรรมสุขภาพ

3. กลุ่มพยาบาลวิชาชีพ วิชาชีพเวชกรรม และวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ที่มีใบประกอบวิชาชีพและ
ยังมีผลใช้บังคับ อายุไม่เกิน 70 ปี เข้ารับการอบรม 30 ชั่วโมง

ผู้ที่สนใจสามารถยื่นสมัครด้วยตนเองที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในจังหวัดภูมิลำเนา หรือสถานที่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำหนด ได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการสมัครทั้งนี้ เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ ใบสมัคร สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการศึกษา หนังสือรับรองการเป็นบุคคลในพื้นที่ รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป ใบรับรองแพทย์ และสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (เฉพาะกลุ่มวิชาชีพ) โดยขอให้ตรวจสอบรายละเอียดจากประกาศและช่องทางทางการของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

การคัดเลือกจะดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ในการสัมภาษณ์ตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน 5 ด้าน ได้แก่ 1. คุณสมบัติและความสามารถ 2. ประสบการณ์ 3. ความพร้อมและความผูกพันกับพื้นที่ 4. การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม 5. ทักษะการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม

แผนการดำเนินการคัดเลือก อสพ.

– ประกาศรับสมัคร อสพ. วันที่ 15 – 31 กรกฎาคม 2569

– ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 

– ประกาศผลการคัดเลือก ผู้มีสิทธิ์เข้ารับการอบรมหลักสูตร อสพ. วันที่ 4 กันยายน 2569

– เริ่มการอบรมหลักสูตร อสพ. วันที่ 1 ตุลาคม 2569

กระทรวงสาธารณสุขเชื่อมั่นว่า การมีคนในพื้นที่ที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมอย่างมีมาตรฐาน จะช่วยให้ประชาชนได้รับการดูแลเร็วขึ้น ต่อเนื่องขึ้น และใกล้บ้านมากขึ้น จึงขอเชิญผู้มีคุณสมบัติที่มีใจอาสา มีความรับผิดชอบ และพร้อมทำงานร่วมกับชุมชน สมัครเข้าร่วมโครงการมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสุขภาพไทย ที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง