แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกระแส “แอโรบิกสวนลุมพินี” ที่กำลังได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่า การออกกำลังกายในพื้นที่สาธารณะเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย สนุก และเหมาะกับคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเต้นแอโรบิกได้ หรือการขยับร่างกายตาม จังหวะเพลง โดยควรปรับรูปแบบการเคลื่อนไหวให้เหมาะกับสมรรถภาพของตนเอง ลดการกระโดด และแรงกระแทก เน้นการย่ำเท้า ก้าวซ้าย-ขวา แกว่งแขน และเคลื่อนไหวต่อเนื่องในระดับที่ยังสามารถพูดคุยได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจและปอด เสริมกำลังกล้ามเนื้อ ความคล่องตัวและการทรงตัว ลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม รวมทั้งช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น และสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนในชุมชน
ด้านนายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ผู้สูงอายุสามารถเริ่มต้นสะสมกิจกรรมทางกายได้ตามแนวคิด “Every Move Counts – ทุกขยับนับหมด” องค์การอนามัยโลก หรือ WHO แนะนำให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมทางกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่กับกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ และฝึกการทรงตัวอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อคงสมรรถภาพร่างกายและลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม ช่วยให้แข็งแรงและใช้ชีวิตประจำวันได้คล่องตัว
นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ กระแสแอโรบิกสวนลุมฯ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นให้ผู้สูงอายุไทยหันมาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ขยับทุกวัน แข็งแรงทุกวัย” ไม่ว่าจะเป็นการเดินเร็ว เต้นแอโรบิก รำไม้พลอง ไทเก็ก หรือเต้นเบาๆ ในชุมชน โดยควรอบอุ่นร่างกาย 5-10 นาที เลือกท่าที่เหมาะสมกับร่างกาย สวมรองเท้าที่เหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหยุดออกกำลังกายทันทีหากมีอาการเวียนศีรษะ เจ็บหน้าอก เหนื่อยผิดปกติ หรือปวดข้อ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว และมีคุณภาพชีวิตที่ดี








