โฆษกกระทรวงกลาโหมเผย เตรียมตรวจสอบกรณีข้าราชการกระทรวงกลาโหมก่อเหตุวุ่นวายบนเที่ยวบินจากมาเลเซียมายังดอนเมือง พร้อมย้ำมาตรการดูแลสุขภาพจิตและควบคุมอาวุธปืนของกำลังพล

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีผู้โดยสารชายซึ่งเป็นข้าราชการกระทรวงกลาโหม มีพฤติกรรมผิดปกติและก่อความวุ่นวายระหว่างเดินทางบนเที่ยวบินสายการบินแอร์เอเชีย AK888 จากประเทศมาเลเซียมายังท่าอากาศยานดอนเมืองว่า จากรายงานเบื้องต้น ชายดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ในส่วนงานธุรการ และอยู่ระหว่างการรักษาอาการทางจิตเวชโดยแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยเหตุการณ์บนเครื่องบินไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอาการผิดปกติ

ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าชายดังกล่าวได้รับประทานยาตามการรักษาในช่วงเดินทางหรือไม่ โดยปัจจุบันได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

กระทรวงกลาโหมจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงมาตรการดูแลและดำเนินการกับข้าราชการรายดังกล่าว โดยกระทรวงมีมาตรการตรวจสุขภาพจิตกำลังพลเป็นระยะ พร้อมกำชับทุกหน่วยให้ผู้บังคับบัญชาและกำลังพลช่วยกันสอดส่องดูแลเพื่อนร่วมงาน รวมถึงติดตามปัญหาและอุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับมาตรการควบคุมอาวุธปืน กระทรวงกลาโหมมีระบบคลังเก็บและควบคุมอาวุธประจำหน่วย ทั้งปืนเล็กและปืนยาว โดยแต่ละเหล่าทัพมีแนวทางควบคุมอาวุธอย่างรัดกุม ขณะที่ประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคืออาวุธปืนพกส่วนตัวที่อยู่ในระบบสวัสดิการการจัดหา ซึ่งเป็นประเด็นในภาพรวมที่รัฐบาลต้องหารือและกำหนดแนวทางต่อไป

กรณีกำลังพลที่มีอาการทางจิตเวชจะสามารถครอบครองอาวุธปืนได้หรือไม่นั้น พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าวว่า การตรวจสอบการครอบครองอาวุธปืนของกระทรวงกลาโหมมีมาตรการเข้มงวด โดยผู้บังคับบัญชาจะต้องเป็นผู้อนุมัติ และมีการตรวจสอบภาวะทางจิตเวชของผู้ประสงค์จะซื้อปืน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

ขณะที่กระทรวงกลาโหมชี้แจงเพิ่มเติมว่า ข้าราชการรายดังกล่าวสังกัดกระทรวงกลาโหม และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประจำสำนักงานนโยบายและแผนกลาโหม โดยหน่วยต้นสังกัดได้ติดตามและพิจารณาความเหมาะสมในการปฏิบัติราชการมาอย่างต่อเนื่อง และจะดำเนินการด้านกำลังพลตามหลักเกณฑ์และระเบียบของทางราชการ โดยอาจพิจารณามาตรการที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเลื่อน ลด ปลด หรือย้าย ตามข้อเท็จจริง ผลการประเมิน และหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การดำเนินการจะเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ความปลอดภัยของส่วนรวม และสิทธิของกำลังพล พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลด้านสุขภาพ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง