นายกรัฐมนตรีกำชับฝ่ายปกครองและตำรวจ ขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในระดับพื้นที่ โดยปรับรูปแบบการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเน้นย้ำให้ฝ่ายปกครองและตำรวจทุกระดับบูรณาการการทำงานเพื่อดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมปรับรูปแบบการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์ความมั่นคงที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายมากขึ้น

การดูแลทุกข์สุขและความปลอดภัยของประชาชนเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองและตำรวจทุกระดับ โดยต้องทำงานร่วมกันภายใต้หลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาความมั่นคง 9 ประเด็น ได้แก่ การบุกรุกที่ดิน อาชญากรรมไซเบอร์ นอมินี การฟอกเงิน ผู้มีอิทธิพล หนี้นอกระบบ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงฐานข้อมูล และการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ทั้งนี้ รัฐบาลเห็นว่าปัญหาความมั่นคงในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีเครือข่ายมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงการทำงานทุกระดับและใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน สามารถวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน และกำหนดมาตรการป้องกันก่อนเกิดเหตุ

สำหรับการควบคุมอาวุธปืน นายกรัฐมนตรีกำชับให้ฝ่ายปกครองและตำรวจเพิ่มความเข้มงวด โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือใบ ป.3 พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติด เน้นตรวจจับการพกพาอาวุธผิดกฎหมายและดำเนินคดีอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืนฉบับใหม่ พร้อมกำชับให้ปราบปรามอันธพาล องค์กรอาชญากรรม ผู้สนับสนุน และผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายกรัฐมนตรี ยังขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมมุ่งวิเคราะห์ปัญหา กำหนดเป้าหมาย ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ทำงานเป็นทีม บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และวัดผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงแผนงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเชื่อว่าการบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่ายจะช่วยยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง