“ไกรทอง” Erythroxylum cuneatum (Miq.) Kurz Erythroxylaceae ไม้ต้น อาจสูงได้ถึง 30 ม.หูใบอยู่ในซอกก้านใบยาวประมาณ 6 มม. ติดทน ใบเรียงเวียน รูปรีหรือรูปไข่กลับ ยาว 4–10 ซม. ปลายมนหรือเว้าตื้น ก้านใบยาว 3–7 มม. ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ใบประดับ 2 ใบ ขนาดเล็ก ก้านดอกยาว 0.3–1 ซม. ขยายในผล หลอดกลีบเลี้ยงสั้น กลีบรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก มี 5 กลีบ ติดทน กลีบดอกเรียงซ้อนเหลื่อมในตาดอก มี 5 กลีบ รูปขอบขนาน ยาว 3–4 มม.โคนมีลิ้นสั้นๆ เกสรเพศผู้ 10 อัน เชื่อมติดกันเป็นหลอด ยาวไม่เท่ากัน 2 ชุดยาวกว่ากลีบเลี้ยงเล็กน้อย ติดทน รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 1–2 เม็ด ส่วนมากพัฒนาช่องเดียว ก้านเกสรเพศเมีย 3 อัน ติดทน ผลผนังชั้นในแข็ง รูปขอบขนาน ยาว 0.8–1 ซม. สุกสีแดง เมล็ดแบน เรียว ยาว 6–8 มม. ผิวเป็นร่อง
พบที่เมียนมา คาบสมุทรมลายู บอร์เนียว สุมาตรา ชวา และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นตามป่าดิบชื้นใกล้ชายฝั่งทะเล
สกุล ErythroxylumP. Browne มีประมาณ 230 ชนิด ส่วนมากพบในอเมริกาใต้ ในไทยมี 3 ชนิด และมีที่นำเข้ามาปลูกเพื่อการศึกษาวิจัย คือ โคคา E. novogranatense(D.Morris) Hieron. แผ่นใบมีเส้นผ่านเส้นร่างแหข้างละ 1 เส้นของเส้นกลางใบ ต่างจาก โคคา ชนิดE. cocaLam. ที่ใบขนาดเล็กกว่า ทั้งสองชนิดใบมีสาร crystalline tropane alkaloid หรือ cocaine มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทและระงับความต้องการของร่างกาย เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ของไทย ในทางการแพทย์ใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ และยังเป็นส่วนผสมที่สำคัญของเครื่องดื่มที่ให้กลิ่นโคคา หรือที่เรียกว่าน้ำดำ ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก “erythros” สีแดง และ “xylon” เนื้อไม้ ตามลักษณะของเนื้อไม้ในพืชหลายชนิดของสกุล








