นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เดินทางไปยังกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยบินทางยุทธวิธี โดยมีพลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพอากาศ ให้การต้อนรับ
เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ โดยมีเครื่องบิน F-16 บินผ่านเพื่อแสดงการต้อนรับ ก่อนชมการสาธิตภารกิจทางอากาศ โดยเครื่องบิน F-16 จำนวน 4 เครื่อง จำลองการโจมตีทางอากาศทั้งอากาศสู่พื้น (Air-to-Ground) และอากาศสู่อากาศ (Air-to-Air) รวมถึงการค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue) โดยเฮลิคอปเตอร์ H225M
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมผู้บังคับบัญชา กำลังพล และเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศที่ทุ่มเทเสียสละ โดยเฉพาะการปฏิบัติภารกิจบินขับไล่เพื่อปกป้องอธิปไตยและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพอากาศให้ดำรงศักยภาพในระดับสูงสุด โดยมอบนโยบายสำคัญ ดังนี้
– พัฒนาขีดความสามารถทางอากาศ ผลักดันการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ และอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ (โดรนโจมตี) เพื่อยกระดับศักยภาพการปฏิบัติการทางอากาศ ควบคู่กับการส่งเสริมอุตสาหกรรมและบุคลากรไทย
– ยกระดับกิจการอวกาศเพื่อความมั่นคง พัฒนาระบบลาดตระเวนและเฝ้าระวังทางอวกาศ พร้อมผลักดันศูนย์ประสานงานการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
– บรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชน บูรณาการกำลังพลและยุทโธปกรณ์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
– เชื่อมโยงกำลังรบ เร่งพัฒนา Tactical Data Link สู่ National Link เชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับกองบัญชาการกองทัพไทย สนับสนุนแนวคิด “One Team ทัพไทย” ให้ทั้ง 3 เหล่าทัพปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
– พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มุ่งสู่ “การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน” ผลักดันงานวิจัยของไทย โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ ไปพัฒนาสู่การผลิตและใช้งานจริง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ Made in Thailand ที่ผลิตได้ในประเทศไทย และนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง
นายกรัฐมนตรีขอบคุณกำลังพลกองทัพอากาศทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นหนึ่งเดียว ความรักชาติ และความเสียสละ พร้อมขอให้รักษาความพร้อม ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ชาติ เพื่อเป็นกำลังหลักในการพิทักษ์อธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ
อนึ่ง ภายหลังการเยี่ยมชมอากาศยานและยุทโธปกรณ์ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังการบรรยายสรุปภารกิจสำคัญของกองบิน 1 เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ รวมถึงการปฏิบัติภารกิจในห้วงสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดจนรับฟังโครงการสำคัญของกองทัพอากาศ เพื่อประเมินความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ณ ฝูงบิน 103 กองบิน 1








