ครม. อนุมัติงบ 433 ล้าน เสริมความปลอดภัยประชาชน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา สร้างบังเกอร์ หอกระจายข่าว เพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสาร-แจ้งเตือนภัย

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กรมการปกครอง ดำเนินโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังจังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงินทั้งสิ้น 433,519,268 บาท โดยใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น ตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอ ประกอบด้วย 3 กิจกรรมเร่งด่วน ได้แก่

1. การสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย 1,669 แห่ง วงเงิน 361,021,218 บาท

2. การสร้างหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน 143 แห่ง วงเงิน 22,880,000 บาท เพื่อการสื่อสารด้านความมั่นคง
สู่ชุมชนพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา

3. การปรับปรุงระบบสื่อสารวิทยุเฉพาะกิจแบบดิจิทัล ให้ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา ได้แก่ จังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี วงเงิน 49,618,050 บาท

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความปลอดภัยให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสารและการแจ้งเตือนภัย ดังนี้

1. เพื่อให้บังเกอร์และหลุมหลบภัยเป็นสถานที่หลบภัยในกรณีเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่

2. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ซึ่งมีบทบาทในการดูแลความสงบเรียบร้อย คุ้มครองประชาชน ตลอดจนดูแลบ้านเรือนและทรัพย์สินในกรณีที่ประชาชนจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่

3. เพื่อเสริมสร้างระบบการสื่อสารของภาครัฐในระดับพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพเข้าถึงประชาชนในหมู่บ้านชายแดนไทย – กัมพูชา 7 จังหวัด ได้อย่างทั่วถึงและถูกต้อง

4. เพื่อเสริมสร้างระบบการสื่อสารของภาครัฐในระดับพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพเข้าถึงประชาชนในหมู่บ้านชุมชนชายแดนไทย – กัมพูชา 7 จังหวัด 22 อำเภอได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และถูกต้อง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินที่การสื่อสารมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาทางด้านความมั่นคงอื่น ๆ เช่น การรุกล้ำพื้นที่ชายแดน การอพยพประชาชน การลักลอบเข้าเมือง ลักลอบขนของหนีภาษี ยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้สำนักงานงบประมาณได้พิจารณากรอบวงเงิน 493,819,268 บาท ครอบคลุม 4 กิจกรรม ซึ่งรวมการจัดหาอาวุธปืนลูกซอง 1,675 กระบอก วงเงิน 60.3 ล้านบาท สำหรับสนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน แต่เนื่องจากการจัดหาดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาและขออนุญาตตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยจึงเสนอให้ดำเนินการเฉพาะ 3 กิจกรรมที่มีความพร้อมและมีความจำเป็นเร่งด่วนก่อน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นอันดับแรก งบประมาณครั้งนี้จึงมุ่งไปยังสิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเร่งดำเนินการได้ทันที ทั้งพื้นที่หลบภัยและระบบสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนและความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง