“ทรงศักดิ์” สั่งทุกหน่วยเร่งแก้น้ำท่วม “ยศชนัน-เจเศรษฐ์-สุริยะ-อดุลย์” ลงพื้นที่ จ.น่าน เร่งช่วยเหลือประชาชน สั่งเปิด War Room ทุกจังหวัดรับมืออุทกภัย

รัฐบาลระดมทุกภาคส่วนรับมือและช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน หลังฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอปัว ท่าวังผา สันติสุข และแม่จริม ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน เส้นทางคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่สถานการณ์ในระยะต่อไปยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูลและการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลการคาดการณ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารสถานการณ์และดำเนินมาตรการเชิงรุก 9 ด้าน ดังนี้

1. เร่งติดตามและคาดการณ์ปริมาณฝนอย่างแม่นยำ โดยให้กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนในจังหวัดน่านและพื้นที่ต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลจากเรดาร์ตรวจอากาศ เพื่อนำมาวิเคราะห์และชี้เป้าพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก พร้อมแจ้งเตือนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า

2. ใช้ข้อมูลดาวเทียมติดตามพื้นที่น้ำท่วม โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ติดตามขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมจากข้อมูลดาวเทียม พร้อมวิเคราะห์พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ในระยะต่อไป เพื่อสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการน้ำและการให้ความช่วยเหลือประชาชน

3. ประเมินเส้นทางมวลน้ำ โดยให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ บูรณาการข้อมูลปริมาณฝน ปริมาณน้ำท่า ระดับน้ำ และผลการคาดการณ์ เพื่อประเมินทั้งปริมาณและช่วงเวลาที่มวลน้ำจะเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่สำคัญ

4. เฝ้าระวังดินโคลนถล่มในพื้นที่ที่มีฝนสะสมสูง โดยให้กรมทรัพยากรธรณีติดตามและคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและมีปริมาณฝนสะสมต่อเนื่อง พร้อมชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงและเตรียมการแจ้งเตือน รวมถึงการอพยพประชาชนหากมีความจำเป็น

5. เร่งสำรวจเส้นทางและสะพาน พร้อมเปิดเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ โดยให้กระทรวงคมนาคมเร่งสำรวจและประเมินเส้นทางคมนาคม สะพาน และโครงสร้างพื้นฐาน แจ้งข้อมูลเส้นทางที่สามารถสัญจรได้และเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง พร้อมระดมเครื่องจักรเข้าดำเนินการเปิดเส้นทางทันที หากเกิดดินโคลนถล่มหรือมีสิ่งกีดขวางการจราจร

6. เตรียมระบบไฟฟ้าและแผนสำรองรองรับพื้นที่ประสบภัย โดยให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเตรียมความพร้อมทั้งระบบไฟฟ้า กำลังเจ้าหน้าที่ และแผนสำรอง โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการให้ความช่วยเหลือประชาชน

7. สื่อสารข้อมูลเตือนภัยให้รวดเร็ว ถูกต้อง และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยให้กรมประชาสัมพันธ์จัดทำข้อมูลแจ้งเตือนที่เข้าใจง่าย รวดเร็ว และถูกต้อง พร้อมให้ความสำคัญกับการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยง

8. เร่งช่วยเหลือ เยียวยา และระบายน้ำ โดยให้จังหวัดน่าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่ประสบภัย ประเมินความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำในชุมชนที่ยังมีน้ำท่วมขัง

9. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำและเสนอแผนงานแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดน่านทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ลงพื้นที่จังหวัดน่าน บริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือประชาชน โดยได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำระลอกใหม่ และได้กำหนด 5 ข้อสั่งการด่วน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันของทุกจังหวัดในภาคเหนือ ได้แก่

1. จัดตั้งศูนย์บัญชาการ Single Command War Room ในทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อให้สามารถสั่งการและบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างเป็นเอกภาพและเบ็ดเสร็จ

2. เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ ทั้งเครื่องสูบน้ำ ยานพาหนะ และอุปกรณ์กู้ภัยที่จำเป็น ให้พร้อมใช้งานได้ทันที

3. วางระบบเตือนภัยและแผนอพยพประชาชน โดยจัดเตรียมระบบแจ้งเตือนและซักซ้อมแผนการเคลื่อนย้ายประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

4. เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ให้เจ้าหน้าที่และกำลังคนพร้อมปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา

5. รายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ โดยหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้รายงานตรงต่อรองนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทันที

นอกจากนี้ยังได้เตรียมแนวทางเสริมอีก 2 ด้าน ได้แก่ การประสานภาคเอกชนเพื่อระดมทรัพยากรและเสริมกำลังในการช่วยเหลือประชาชน และการบูรณาการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้การบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูพื้นที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่เขตเทศบาลเมืองน่าน โดยใช้เรือท้องแบนและเรือเจ็ตสกีเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านดอนศรีเสริม บ้านสวนตาล และบ้านดอนแก้ว ซึ่งบางจุดยังมีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตรถึง 2 เมตร ส่งผลให้รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการรับ–ส่งประชาชนและลำเลียงสิ่งของจำเป็น ซึ่งการให้ความช่วยเหลือได้ครอบคลุมทั้งการนำถุงยังชีพ อาหารกล่อง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าไปมอบแก่ประชาชนที่ยังพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน รวมถึงผู้ที่อยู่บริเวณชั้นบนของบ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ กำลังพล ทีมกู้ชีพ กู้ภัย และอาสาสมัครร่วมปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง แม้บางพื้นที่ฝนจะเริ่มหยุดตกและระดับน้ำเริ่มทรงตัว รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านการอพยพและการเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูงจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำ พร้อมมอบถุงยังชีพจำนวน 100 ชุดแก่ประชาชนบริเวณวัดบ้านปง หมู่ที่ 2 ตำบลเจดีย์ชัยโดยกรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งสูบและระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อบ้านเรือน พื้นที่ทำกิน พื้นที่เศรษฐกิจ และทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งนายสุริยะได้กำชับให้กรมชลประทานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็ว โดยสั่งการใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. เร่งระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบและระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมโดยเร็ว พร้อมติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด 2. เตรียมเครื่องจักรกลและรถบรรทุกน้ำเข้าสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ 3. เร่งเคลียร์เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาสัญจรได้สะดวก และช่วยให้พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สำหรับด้านการสนับสนุนกำลังพลและการฟื้นฟู พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่อำเภอปัว เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำรถครัวพระราชทานและรถผลิตน้ำประปาสนามเคลื่อนที่ ก่อนลงพื้นที่หมู่ 4 บ้านแก้มราษฎร์พัฒนา และหมู่ 5 บ้านแก้ม ตำบลวรนคร โดยได้มอบถุงยังชีพ อาหารกล่องจากครัวพระราชทาน และน้ำดื่มแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งเน้นย้ำกำลังพลให้เร่งช่วยเหลือประชาชน ฟื้นฟูและทำความสะอาดบ้านเรือน รวมถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ภาพรวมการดำเนินงานของรัฐบาลเป็นการบูรณาการทุกหน่วยงานตั้งแต่ขั้นตอนการคาดการณ์สถานการณ์และเส้นทางมวลน้ำ การจัดระบบบัญชาการและการเตือนภัย การเตรียมอพยพประชาชน การเตรียมกำลังพล เครื่องสูบน้ำ ยานพาหนะ เครื่องจักร และอุปกรณ์กู้ภัย ตลอดจนการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูง การแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น การเร่งระบายน้ำ เปิดเส้นทาง และฟื้นฟูพื้นที่ การดำเนินมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถรับมือทั้งสถานการณ์เฉพาะหน้าในพื้นที่ประสบภัย และความเสี่ยงจากมวลน้ำ ที่อาจเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ตอนล่างของจังหวัดน่าน ตลอดจนสร้างความพร้อมของทุกจังหวัดในภาคเหนือให้สามารถเผชิญเหตุและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบและครอบคลุม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง