ไทยเปิดเกม “Skill Certification” บนเวทีแรงงานอาเซียน สร้างมาตรฐานทักษะ เชื่อมคนไทยสู่งานคุณภาพระดับสากล

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทยใช้เวทีการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 เดินหน้าวาระ “Skill Certification for Global Recognition” เพื่อผลักดันระบบรับรองทักษะฝีมือให้มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล เปิดโอกาสให้แรงงานไทยสามารถต่อยอดทักษะและเข้าถึงงานคุณภาพในตลาดแรงงานที่กว้างขึ้น

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในฐานะประธานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน หรือ ALMM ไทยจะผลักดันมาตรฐานกลางด้าน Skill Certification ตลอดระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า เพื่อให้การรับรองทักษะมีมาตรฐาน สามารถเทียบเคียงกันได้ และนำไปสู่การยอมรับในระดับสากล โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้แรงงานสามารถนำทักษะที่ได้รับการรับรองไปเพิ่มโอกาสในการมีงานทำและสร้างรายได้ที่ดีขึ้น

แนวทางดังกล่าวจะขับเคลื่อนผ่าน 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การรับรองหลักสูตรฝึกอบรม การรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน และการรับรองศูนย์ความเป็นเลิศอาเซียน ภายใต้กรอบการดำเนินงานปี 2026–2030 พร้อมนำร่อง ASEAN Digital Skills Passport หรือ DSP เพื่อให้แรงงานมีข้อมูลทักษะในรูปแบบดิจิทัล สามารถนำไปแสดงและใช้ประกอบการสมัครงาน รวมถึงสนับสนุนการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ไทยเตรียมปรับตัวชี้วัดการพัฒนาทักษะ จากเดิมที่เน้นจำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม ไปสู่การวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะอัตราการมีงานทำและรายได้ที่เพิ่มขึ้น พร้อมทำงานร่วมกับภาคเอกชนด้าน Job Matching เพื่อเชื่อมผู้มีทักษะกับตำแหน่งงานที่ตลาดต้องการ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น EV, Data Center และ AI

นอกจากนี้ ไทยยังเตรียมนำเสนอ AI Governance Framework เพื่อกำกับดูแลและลดผลกระทบจาก AI ต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่ เพื่อให้การพัฒนาทักษะก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

การเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ไทยต่อยอดความร่วมมือด้านทักษะกับประเทศสมาชิก โดยเฉพาะสิงคโปร์ ซึ่งนายจุลพันธ์ได้หารือกับนางสาวจัสมิน เลา รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกำลังคนสิงคโปร์ ถึงแนวทางพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ รวมถึงการขับเคลื่อน ALMM Workplan ค.ศ. 2026–2030

ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานในสิงคโปร์เกือบ 19,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคก่อสร้างและได้รับการยอมรับด้านทักษะและฝีมือ ความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นอีกแนวทางในการต่อยอดการพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการของตลาดงาน

ไทยมุ่งผลักดันให้เรื่องทักษะเชื่อมโยงกันตั้งแต่การพัฒนา การรับรอง การแสดงข้อมูลทักษะ ไปจนถึงการมีงานทำจริง เพื่อให้แรงงานสามารถนำทักษะไปใช้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง