นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้การเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนจังหวัดสงขลา โดยมีอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรเข้าร่วม
ภาคการเกษตรปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับความต้องการของพืชและสภาพพื้นที่ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้ที่เหมาะสม
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้พัฒนาการผลิต พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง และบริหารจัดการการผลิตได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลท่าช้าง ถือเป็นตัวอย่างความร่วมมือของเกษตรกรและหน่วยงานภาคีในพื้นที่ สามารถดำเนินงานด้านการตรวจวิเคราะห์ดิน การผลิตปุ๋ยสั่งตัด และการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยได้อย่างเป็นรูปธรรมเฉลี่ยร้อยละ 35 และได้รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี ประจำปี 2568
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องการเห็นความสำเร็จของศูนย์ต้นแบบถูกนำไปขยายผลในวงกว้าง โดยพัฒนาศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนให้ก้าวสู่การเป็น “Service Provider ด้านดินและปุ๋ยของชุมชน” สามารถให้บริการเกษตรกรได้อย่างครบวงจร มีมาตรฐาน และตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่
พร้อมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และ Young Smart Farmer เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ เพิ่มขีดความสามารถของภาคการเกษตร และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน
ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ศดปช.ตำบลท่าช้าง ไม่เพียงให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินและแนะนำการใช้ปุ๋ย แต่ยังจัดหาปุ๋ยคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และเชื่อมโยงเครือข่ายกับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก. กลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อขยายองค์ความรู้ไปสู่เกษตรกรในวงกว้าง
กรมส่งเสริมการเกษตรจะนำบทเรียนจาก ศดปช.ตำบลท่าช้างไปขยายผลในพื้นที่อื่น เพื่อให้เกษตรกร “รู้ต้นทุน รู้ดิน รู้ปุ๋ย และรู้วิธีผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่” นำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน








