อว.จับมือ ทส.ลงนามความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาใช้อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างตรงจุด

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และมุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก โดยมีผู้บริหารของทั้ง 2 กระทรวง ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ได้จัดทำขึ้นโดยน้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงให้ความสำคัญและห่วงใยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยเฉพาะโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย รวมถึงการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน จำเป็นต้องนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและทันต่อสถานการณ์ นำไปสู่การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุลและยั่งยืน และมุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก

ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุด้วยว่า กล่าวว่า กระทรวง อว. จะทำหน้าที่สนับสนุนและเชื่อมโยงองค์ความรู้ นักวิจัย โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากหน่วยงานภายใต้กระทรวง เพื่อร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งในระดับนโยบาย การบริหารจัดการ และการปฏิบัติในพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ การจัดทำแผนงานและโครงการ การพัฒนาบุคลากรร่วมกัน และการจัดทำพื้นที่ต้นแบบ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายในระดับพื้นที่และชุมชน ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่นอย่างเหมาะสม

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ

1.การอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนามาตรการเชิงรุก เพื่อลดภัยคุกคามและเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์ เช่น การอนุรักษ์พะยูน โลมาอิรวดี และการฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา

2. การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับเฝ้าระวัง ป้องกัน และจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล เช่น ระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยปัญหายูโทรฟิเคชัน เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

3. การลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวทางทะเล และการใช้ประโยชน์พื้นที่ทางทะเลอย่างสมดุล โดยพัฒนาแนวทางและเทคโนโลยีในการบริหารจัดการกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น การจัดระเบียบเรือท่องเที่ยว การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์พื้นที่ทางทะเล และการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทยและระบบนิเวศให้ยั่งยืนต่อไป 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง