นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วม จึงได้กำชับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแลความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการเดินทางทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ พร้อมเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที โดยย้ำหลัก “คนต้องปลอดภัย–เส้นทางต้องไม่ขาด–ข้อมูลต้องถึงประชาชนเร็วที่สุด” ล่าสุดกรมทางหลวงรายงานว่า พบน้ำท่วมทางหลวงใน 14 จังหวัด รวม 54 แห่ง สัญจรได้ 53 แห่ง และไม่สามารถสัญจรได้ 1 แห่ง ส่วนกรุงเทพมหานคร มีจุดเฝ้าระวัง 29 จุด ซึ่งบางจุดมีน้ำท่วมขังสูง 5–20 เซนติเมตร แต่ยังสามารถสัญจรได้
นอกจากนี้ได้กำชับ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การรถไฟแห่งประเทศไทย และกรมเจ้าท่า เฝ้าระวังจุดเสี่ยง ทั้งคอสะพาน ทางลอด คันทางรถไฟ และท่าเรือ หากพบระดับน้ำสูงเกินความปลอดภัย ให้ปิดการจราจรและแจ้งเส้นทางเลี่ยงทันที รวมทั้งเตรียมพร้อมยานพาหนะและเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมมอเตอร์เวย์ M7 ช่วง กม.81+900 พื้นที่บ้านหนองข่า อ.พนัสนิคมจ.ชลบุรี การจราจรผ่านไม่ได้ทั้งขาเข้า–ขาออก กรมทางหลวงแนะหลีกเลี่ยงและใช้เส้นทางทดแทน พร้อมระดมเจ้าหน้าที่เร่งแก้ไขและอำนวยความสะดวก
กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง รายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 (M7) สายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–มาบตาพุด บริเวณ กม.81+900 พื้นที่บ้านหนองข่า อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดยมีปริมาณน้ำจากทางขนานไหลเข้าสู่ช่องทางหลัก ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังบนเส้นทาง และการจราจรไม่สามารถผ่านได้ทั้งขาเข้าและขาออก จึงขอให้ผู้ใช้ทางหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงได้ลงพื้นที่เร่งแก้ไขสถานการณ์ พร้อมอำนวยความสะดวกและบริหารจัดการจราจร รวมทั้งประสานศูนย์ควบคุมการจราจร (CCB) ขึ้นข้อความประชาสัมพันธ์ผ่านป้าย VMS เพื่อให้ผู้ใช้ทางทราบล่วงหน้า โดยแนะนำเส้นทางทดแทน ขาเข้า ให้หลีกเลี่ยงโดยออกจาก M7 ที่ทางต่างระดับหนองขาม และกลับเข้าสู่ M7 ที่ทางต่างระดับบางพระ หรือทางต่างระดับบ้านบึง ขาออก ให้หลีกเลี่ยงโดยออกจาก M7 ที่ทางต่างระดับบ้านบึง
กรมทางหลวงขอให้ผู้ใช้ทางวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าว และปฏิบัติตามป้ายจราจร รวมถึงคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด พร้อมขอให้ติดตามข้อมูลสถานการณ์และเส้นทางอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพพื้นที่








